การขับรถบนทางด่วนและการเตรียมการล่วงหน้าดังต่อไปนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก

3

การขับขี่รถบนทางด่วนดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผู้ใช้รถในปัจจุบัน เพราะทุกวี่วันก็ใช้บริการทางด่วนอยู่แล้ว หรือเป็นเรื่องที่ผู้อ่านรู้อยู่แล้วแต่ไม่ได้ใส่ใจ แต่ใครจะรู้บ้างไม่ว่าเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่”ผู้จัดการ มอเตอร์ริ่ง” จะมานำเสนออาจจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้รถบ้างหากเกิดอุบัติจริง ๆ หรืออย่างน้อยก็เป็นความรู้ที่ผู้ใช้รถเป็นพาหนะคู่กายควรจะรับรู้ไว้ซึ่งก็ไม่เสียหายอะไร ข้อควรจำในการใช้ทางด่วนโดยหลักการแล้ว การขับรถบนทางด่วนจะง่ายกว่าการขับรถบนท้องถนนธรรมดา เนื่องจากไม่มีสี่แยกและไม่มีรถวิ่งสวนมา แต่ด้วยเป็นการขับบนทางด่วน ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหรือโศกนาฎกรรมอันใหญ่หลวงได้ ลักษณะเฉพาะของอุบัติเหตุบนทางด่วน ส่วนใหญ่จะเป็นอุบัติเหตุชนกันหรืออุบัติเหตุเดี่ยววางแผนขับรถอย่างสบาย ๆไม่รีบร้อนเมื่อขับรถบนทางด่วนในระยะทางยาวๆ ผู้ขับเพียงแต่เหยียบคันเร่งเพียงอย่างเดียว จึงสามารถทำให้ง่วนนอนได้ ความระมัดระวังจึงลดน้อยลง ทำให้ผิดพลาดได้ เมื่อไรจะใช้ทางด่วนพึงควรปฎิบัติดังนี้ตรวจสอบจุดบริการ และจุดจอดรถไว้ล่วงหน้ากำหนดล่วงหน้าว่าจะจอดพักที่ไหนและเติมน้ำมันที่ไหนต้องตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้สมบูรณ์ที่สุดก่อนเดินทาง

การตรวจสอบรถยนต์และสัมภาระควรทำแต่เนิ่นๆ อย่าพยายามตรวจอย่างเร่งรีบก่อนออกเดินทางหรือขึ้นทางด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่าลืมตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้ให้เรียบร้อยเชื้อเพลิง ปริมาณน้ำมันมีพอหรือไม่หม้อน้ำ ปริมาณน้ำในหม้อน้ำมีพอหรือไม่ หม้อน้ำรั่วไหมมีน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรกพอหรือไม่สายพานพัดลมตึงพอดีไหม มีรอยขาดหรือไม่ยางเก่าเกินไปหรือเปล่า ลมยางแข็งกว่าปกติ 20-30% หรือไม่สัมภาระ ใช้เชือกผูกอย่างแข็งแรงแน่นหนาแล้วหรือยัง นอกจากนี้ ควรนำไฟหรือแผ่นป้ายที่มีเครื่องหมายแสดงว่ามีรถกำลังจอดอยู่(ป้ายสามเหลี่ยม) นำไปติดตั้งไปด้วย เผื่อรถกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนแล้วจำเป็นต้องจอดรถบนทางด่วน สนใจติดตามข่าวการจราจรหากผู้ขับขี่ไม่ทราบข่าวคราวการจราจรที่เพียงพอ อาจเป็นสาเหตุให้ต้องรีบเร่ง และเกิดกังวลกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวเมื่อจะใช้ทางด่วนควรจะสอบถามไปยังศูนย์ข้อมูลการจราจรล่วงหน้าเพื่อขอทราบข้อมูลให้ความสนใจเครื่องหมายจราจรหรือแผ่นป้ายต่างๆ บนทางด่วนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้มองข้ามข้อมูลที่สำคัญไปใช้วิทยุในรถฟังข่าวจราจร

ขับรถถอยหลัง มีเคล็ดลับอย่างไร เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุ


การเคลื่อนไหวต่าง ๆ ไปข้างหน้า ธรรมชาติมักจะอำนวยความสะดวกไว้ให้เพราะเรามีดวงตาอยู่ทางด้านหน้า เช่นเดียวกับการขับรถ มีนักขับรถจำนวนมาก ที่มีความชำนิชำนาญในการขับรถไปข้างหน้าอย่างคล่องแคล่วว่องไว ขับขึ้นเขาลงเขาได้ถูกต้อง แต่พอจะถอยหลังเข้าจอดหรือถอยหลังเพื่อออกรถ หรือถอยหลังเพื่อกลับรถชักจะยุ่งใหญ่ ถอยแล้ว ถอยอีก ไม่ยอมเข้าที่เข้าทางได้สักที บางครั้งมองดูเป็นงุ่มง่ามเงอะงะไปเลยก็มี

เพราะอะไรหรือ ก็เพราะว่าการขับรถถอยหลังนั้น การหมุนพวงมาลัยจะให้ความรู้สึกกลับกัน เพราะหมุนที่ล้อหน้า แต่กลับมาให้ความรู้สึกสนองตอบที่ล้อหลัง ดังนั้นผู้ที่ไม่ฝึกหัดให้ชำนิชำนาญและคุ้นเคยกับปฏิกิริยานี้ มักจะขับได้ไม่ค่อยดี อีกประการหนึ่ง การที่เราขับไปข้างหน้าทันทีที่เราหมุนพวงมาลัย ความรู้สึกว่ารถสนองตอบจะเกิดขึ้นทันที แต่การขับรถถอยหลังนั้น หมุนพวงมาลัยไปแล้ว ต้องทิ้งระยะสักชั่วครู่หนึ่งอาการสนองตอบของรถจึงจะเกิดขึ้น ทำให้ความรู้สึกในการขับรถของเราผิดไปจากปกติได้

เคล็ดลับการขับรถถอยหลังประการแรกก็คือ ต้องพยามยามขับถอยหลังให้ความเร็วรถช้าที่สุดเท่าที่จะช้าได้ ทั้งนี้ เพื่อให้ชินกับการสนองตอบของพวงมาลัยต่อรถ อย่าพยายามหมุนพวงมาลัยในขณะที่รถยังไม่เคลื่อนตัว แต่ให้หมุนทันทีที่รถเคลื่อนตัว จะทำให้หมุนพวงมาลัยได้สะดวก ง่าย เบามือ และยิ่งหมุนพวงมาลัยมากจนเกือบสุด ก็จะทำให้รถเคลื่อนตัวช้ามากขึ้นเท่านั้น

เคล็ดลับประการที่สองก็คือ ล้อหน้าเท่านั้นที่เป็นจุดเล็งให้รถเข้าสู่เป้าหมาย การขับรถถอยหลังนั้นไม่ใช่ของง่ายนัก การฝึกหัดที่ถูกต้องคือต้องหัดถอยช้า ๆ ไปในทางตรง ๆ ก่อน และค่อย ๆ เลี้ยวเป็นมุมพอคล่องแคล่ว จับอาการได้ดีแล้วจึงฝึกเลี้ยวซิกแซก ที่ยากขึ้น ท่านั่งในการขับถอยหลัง จะต้องขยับตัวจากที่นั่งจากปกติ จะขยับไปทางใด มากน้อยเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับร่างกายของคุณว่าเหมาะสมอย่างใด และจะถอยหลังเลี้ยวซ้ายหรือถอยหลังเลี้ยวขวา เช่น ถ้าจะถอยหลังเลี้ยวซ้าย คุณควรจับพวงมาลัยด้วยมือขวาและถือได้ว่าในตำแหน่ง 12 นาฬิกา ส่วนถ้าเลี้ยวขวา ก็ควรถือพวงมาลัยไว้ด้วยมือซ้ายตำแหน่ง 12 นาฬิกาเช่นกัน ถ้าร่างกายอ้วนมาก อึดอัด ก็ให้ใช้มือที่ว่างพาดที่เบาะอีกตัวเพื่อประคองตัวเอาไว้ หรือที่เบาะนั่งของที่นั่งคนขับก็ได้

การหมุนพวงมาลัย เป็นข้อที่ยากลำบากอย่างหนึ่งในการหมุนพวงมาลัยขับรถถอยหลัง เพราะจะต้องหมุนพวงมาลัยเร็วกว่ากำหนดเล็กน้อยก่อนถึงจุดเลี้ยว และเมื่อคืนพวงมาลัยให้ตรงก็ต้องหมุนให้เร็วว่าปกติสักเล็กน้อย รถจึงจะเข้าอยู่ในตำแหน่งที่เราต้องการ ทั้งนี้จะต้องประกอบด้วยการถอยอย่างช้า ๆ เพื่อมีเวลาดูสิ่งกีดขวางทั้งข้างหน้าและข้างหลังอย่างระมัดระวังตลอดระยะ เวลาที่รถถอยหลัง

ข้อพึงจำและปฏิบัติในการขับรถถอยหลัง
1. อย่าถอยรถจากถนนซอกซอย ถนนใหญ่ ถ้าไม่มีความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะโอกาสจะถูกรถที่วิ่งในถนนใหญ่มาชนสูงมาก
2. อย่าถอยรถจนกว่าจะมั่นใจว่าปลอดภัย ถึงแม้จะมีคนคอยช่วยดูทางให้ก็ตาม
3. พยายามอย่าถอยรถในระยะทางยาว ๆ เพื่อความสะดวกแก่ตนเอง เพราะอาจจะเกะกะกีดขวางคนอื่น ๆ และอาจไม่ปลอดภัยด้วย จึงควรถอยหลังให้สั้นที่สุด
4. ทุกครั้งที่ขับรถถอยหลัง ต้องพร้อมที่จะหยุดรถให้ได้ทุกวินาที

ลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วยการติดกล้องหน้ารถ

ความก้าวหน้าของโลกเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ทำให้คนจำนวนมากแสวงหาอุปกรณ์ต่างๆเพื่อนำมาใช้ในการป้องกันตัวเอง หรือใช้เป็นวัตถุพยานสำคัญที่จะทำให้เราปลอดภัยจากเหตุการณ์ต่างๆได้ โดยเฉพาะคนที่ใช้รถใช้ถนน ก็เลือกที่จะใช้กล้องติดหน้ารถที่สามารถหาซื้อได้และราคาไม่แพงไปติดไว้ และที่สำคัญกล้องติดหน้ารถเป็นข้อมูลหลักฐานที่เป็นความจริงได้ดีที่สุดในยามคับขันสามารถช่วยเราได้ดีกว่าการเล่าเรื่องด้วยปาก และเพื่อขยายผลในการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ในหลายๆเหตุการณ์

กล้องติดรถยนต์ ถือเป็นส่วนสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์

เพื่อใช้บันทึกเหตุการณ์สำคัญไม่ว่าในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือบันทึกวิวทิวทัศน์ขณะขับรถท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด กล้องติดรถยนต์ยังช่วยให้คุณสามารถมั่นใจได้ว่าคุณไม่ได้กลายเป็นเหยื่อของอาชญากร หรือเหยื่อของอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้นไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับคนหรือทรัพย์สิน เช่นเราขับรถไปชนคน ขับรถชนทรัพย์สินริมถนน หรือแม้กระทั่งเราขับชนรถยนต์ด้วยกันเอง กล้องติดรถยนต์จะช่วยเป็นพยานและหลักฐานสำคัญที่ทำให้เราพ้นความผิดจากการขับรถโดยประมาทได้ เนื่องจากเวลาเกิดอุบัติเหตุ ต่างคนต่างคิดว่าตนเป็นฝ่ายถูก

ตอนนี้ทำให้กระแสของการติดกล้องหน้ารถกำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ มีการแข่งขันกันจากหลายยี่ห้อที่ส่วนใหญ่ยังไม่เป็นที่รู้จัก หลายคนก็กำลังเก็บข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบตัดสินใจซื้อเพราะภาพจากกล้องในรถจะใช้เป็นหลักฐานได้ดีที่สุดในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน มัดตัวผู้กระทำผิดได้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง อย่างที่เราเห็นกันในหลายคดีจากรายการข่าวในโทรทัศน์ โดยกล้องหลังสามารถติดตั้งเพื่อบันทึกได้ทั้งในรถ ที่ขอบหลังคา หรือบริเวณกระจกหลังรถ จัดเก็บไฟล์แยกกันระหว่างกล้องหน้า/หลัง สามารถปรับแต่งภาพได้โดยใช้ฟังก์ชั่นปรับภาพต่างๆคล้ายการตกแต่งภาพของแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ สามารถตั้งค่าปิดหน้าจออัตโนมัติเพื่อไม่ให้แสงจากจอภาพรบกวนขณะขับขี่ได้ สามารถบันทึกตามช่วงระยะเวลาที่กำหนด โดยจะบันทึกติดต่อกันทันที สามารถตั้งเวลาปิดเครื่องให้ช้าออกไปได้ หลังจากดับเครื่องยนต์แล้ว เพราะอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้ขณะเดินออกจากรถ

เทคนิคการขับรถให้ปลอดภัยในช่วงหน้าฝน

carfreecookbook.org

หน้าฝนเป็นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่มีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน เพราะฝนที่ตกลงมาจะทำให้ถนนลื่นซึ่งเป็นเหตุให้ระยะในการหยุดรถยาวกว่าปกติ และยังลดทัศนวิสัยการมองเห็นในการขับขี่ ปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยภายนอกที่ที่ผู้ขับขี่ควบคุมไม่ได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษและที่สำคัญที่สุดจะต้องปรับวิธีการขับขี่เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะ ทั้งนี้ผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงหน้าฝนควรปฏิบัติและนำเทคนิคการขับขี่ในหน้าฝนดังนี้

– ตรวจสอบความพร้อมของรถยนต์ เช่น สภาพยางใบปัดน้ำฝน ระดับน้ำฉีดกระจก ระบบเบรค สภาพยางดอกยาง ระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆด้วย

– เมื่อฝนตกหนัก ให้เปิดไฟหน้าและไฟตัดหมอก ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน

– ช่วงที่ฝนตกใหม่ๆ ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะถนนจะลื่นมากกว่าปกติ

– ใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพถนนและการมองเห็น ทิ้งระยะห่างขณะขับตามรถคันหน้าให้มากกว่าปกติเป็น 2เท่า

– หลีกเลี่ยงการเบรคอย่างกระทันหันและการใช้เบรคโดยไม่จำเป็น

– เพิ่มการสังเกตุการณ์ จุดที่มีน้ำขังบนถนนและลดความเร็ว ขณะขับผ่านแอ่งน้ำเพราะอาจจะทำให้รถลื่นไถลได้ถ้าขับมาด้วยความเร็งสูง

– ในกรณีขับไปในถนนที่มีน้ำท่วมขัง ให้สังเกตุระดับความลึกของน้ำจากรถคันหน้าหรือขอบฟุตบาทข้างทางเพื่อประเมินสถานการณ์

– กรณีที่ขับลุยน้ำท่วมขังควรปิดระบบแอร์และ ใช้เกียร์ต่ำเพื่อไม่ให้รอบเครื่องยนต์ต่ำเกินไป

– หลังจากที่ผ่านจุดน้ำท่วมขัง ให้ย้ำเบรคบ่อยๆ เพื่อรีดน้ำให้ผ้าเบรคแห้ง ป้องกันเบรคลื่น

– ถ้าฝนตกหนักมากจนไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าได้ชัดเจนควรหาที่จอดที่ปลอยภัยรอจนฝนเบาลงแล้วค่อยเดินทางต่อ

สิ่งสำคัญในการขับรถช่วงหน้าฝนนั้นจะต้องตรวจสอบสภาพรถ ไม่ว่าจะเป็น ระบบการปัดน้ำฝนยางล้อรถ สำคัญมากอย่าวางใจสภาพถนนและควรใช้ไฟอย่างถูกต้อง ทั้งนี้หากถึงช่วงหน้าฝนผู้ขับขี่รถควรจะต้องใส่ใจในรายละเอียดต่างๆที่กล่าวมานี้ เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วย

พฤติกรรมที่ควรเลี่ยงขณะขับรถ เพื่อความปลอดภัย


การขับรถยนต์ให้ปลอดภัยนั้นเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับการขับรถยนต์ในแต่ละครั้ง การเตรียมความพร้อมทั้งรถยนต์และคนขับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากมีการตรวจสอบความพร้อมใช้งานของรถยนต์ก่อนออกเดินทาง จะช่วยให้ลดการเกิดอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้ในการขับรถนั้นผู้ที่ขับรถไม่ควรมีพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้
1.การคุยโทรศัพท์หรือการแชท เพราะการคุยโทรศัพท์ขณะขับรถนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากการขับรถจะต้องใช้ประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการมอง การฟัง การทรงตัวหรือการพูดคุย สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ความสามารถในการขับนั้นลดลง ทำให้รถส่ายไปมาจนเกิดอุบัติเหตุชนท้ายหรือสิ่งที่ร้ายแรงไปกว่านั้น
2.การจับพวงมาลัยมือเดียว นั้นมีโอกาสเสียการควบคุมได้ง่าย หากใช้ความเร็วสูงขณะเข้าโค้ง หรือบนถนนที่ไม่เรียบ
3.การเหิดเพลงดัง เพราะจะส่งผลให้ผู้ขับไม่สามารถได้ยินเสียงผิดปกติของรถได้ หรือแม้กระทั่งเสียงรถที่ขับมาเคียง ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
4.การถอดรองเท้า ขณะขับรถหรอการวางรองเท้าไว้ใกล้ๆตัวนั้นจะอัตรายกว่าการใส่รองเท้า เนื่องจากรองเท้าที่ถอดไว้อาจจะไหลไปติดแป้นเบรก ซึ่งจะทำให้เบรกได้ไม่ลึกและไม่สามาราถหยุดรถได้ ทั้งนี้ควรจะใส่รองเท้าไว้เพื่อความปลอดภัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้
5.การนั่งขับยกขาขึ้นข้างหนึ่ง นั้นมีผลให้ผู้ขับนั่งควบคุมรถไม่มั่นคง อาจทำให้ควบคุมพวงมาลัยได้ไม่ดี
6.การทานอาหารขณะขับรถ เพราะการกินไปด้วยและขับรถไปด้วย ทำให้ต้องจับพวงมาลัยมือเดียวหรือบางครั้งอาจจะต้องปล่อยมือ วึ่งเป็นอัตรายมากๆ
7.หารหยิบของ โดยการก้มลงหรือเอี้ยวตัวไปมาเพื่อหยิบจับสิ่งของ แล้วอาจปล่อยมือ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย
8.การแต่งหน้าขณะขับรถ เนื่องจากหลายๆคนที่กระทำแบบนี้ คือขับไปแต่งหน้าไปพร้อมๆกันจนรถต้องส่ายไปมา จึงอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้
9.การสูบบุหรี่ อาจจะเสียการตรงตัวของรถ เพราะต้องใช้มือเดียวในการจับพวงมาลัย
10.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เพราะอุบัติหุตนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท ควรคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง