รณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนต้องดำเนินการต่อเนื่องและจริงจัง

| Posted by admin
Jul 28 2014

อุบัติเหตุจราจรทางบกเป็นปัญหาที่สำคัญ

ทำให้ประเทศชาติต้องสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไปเป็นจำนวนมาก และแนวโน้มของปัญหาทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และการแก้ปัญหาไม่สามารถดำเนินการได้เพียงหน่วยงานเดียว จำเป็นต้องร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานและใช้แรงผลักดันจากรัฐบาลในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา เนื่องจากการแก้ไขปัญหาเป็นไปแบบต่างคนต่างทำ ในทิศทางที่ต่างกันตามภารกิจหลักของแต่ละหน่วยงาน ขาดการประสานแผนงานอย่างจริงจัง มีการประชุมและจัดทำแผนซ้ำซ้อนกัน ตลอดจนมีแผนหลายรูปแบบที่ได้รับการนำเสนอไปยังผู้บริหารในระดับต่างๆ ซึ่งทุกแผนล้วนเป็นแผนที่ดีทั้งสิ้น แต่สุดท้ายก็ต้องสิ้นสุดที่ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

สาเหตุสำคัญในลำดับต้นๆของการบาดเจ็บและเสียชีวิตของประชาชน

รวมทั้งทำให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคม รัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการเยียวยาและแก้ปัญหาในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ของทุกปีที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุในลำดับต้นๆ การรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจึงยังคงมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องและจริงจังต่อไปเพื่อลดจำนวนอุบัติเหตุทางถนนและจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตลงให้ได้มากที่สุด โดยมุ่งที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการเสริมสร้างความปลอดภัยในระบบการขนส่งทางถนน ทั้งนี้การดำเนินโครงการรณรงค์ฯ เป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านคมนาคมขนส่งของกระทรวงคมนาคม การพัฒนาส่งเสริมและกำกับดูแลการขนส่งทางถนนให้มีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ด้านการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุ

เป็นงานด้านความปลอดภัยทางถนนในเชิงรับที่สำคัญที่จะช่วยบรรเทาความรุนแรงจากผลพวงของอุบัติเหตุ ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีระบบการให้ความช่วยเหลือแบบเป็นศูนย์รวม ทำให้การดำเนินงานบางครั้งซ้ำซ้อน ในบางกรณีล่าช้า และส่วนใหญ่บุคลากรที่เป็นอาสาสมัครยังขาดทักษะในการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง การให้ความช่วยเหลือรักษาผู้ประสบภัยอย่างถูกต้องในเวลาอันรวดเร็ว จะทำให้ผู้ประสบภัยมีโอกาสรอดชีวิตสูง และลดความเสี่ยงจากการพิการ นอกจากนี้การจัดการจราจรในสถานที่เกิดเหตุจะช่วยให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว และลดความเสี่ยงจากเหตุที่อาจเกิดขึ้นซ้ำซ้อน

การรณรงค์ด้านจิตสำนึก ให้ทราบว่าอุบัติเหตุโดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับรถมอเตอร์ไซด์ ให้ผู้ใช้มอเตอร์ไซด์ระมัดระวังอุบัติเหตุ ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะเพียงการดื่มสุราเท่านั้น แต่มาจากความเร่งรีบในการเดินทางทั้งของตนเองและผู้อื่น รณรงค์ให้ทราบว่าปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลจะส่งผลให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นง่ายกว่าเดิม เป็นต้น สร้างจิตสำนึกให้กับเพื่อน ครอบครัว ญาติพี่น้อง โดยเฉพาะในเรื่องการวางแผนการดื่มฉลอง ทั้งเรื่องสถานที่และการขับรถ หากผู้ขับขี่อยู่ในสภาพที่เมา บ้านอยู่ไกล ก็ควรให้ค้างที่บ้านเพื่อน ,เน้นให้เกิดการใส่ใจความปลอดภัยของคนที่รักมากเป็นพิเศษ เช่น แทนที่จะเร่งว่าเมื่อไหร่จะถึง ให้เปลี่ยนเป็นขับรถช้าๆด้วยความระมัดระวัง

มารยาทในการขับรถยนต์เบื้องต้นที่ผู้ใช้รถใช้ถนนควรทราบ

| Posted by admin
Jun 25 2014

เนื่องจากการใช้ถนนร่วมกัน นอกจากกฎหมายราชการแล้ว ยังควรมีมารยาทและความเอื้ออาทรต่อกัน เพื่อให้มีทั้งความราบรื่นและความปลอดภัยในการเดินทางผู้ขับรถยนต์ไทยกับมารยาทในการใช้รถใช้ถนนร่วมกันยังมีไม่มากนัก หากไม่หันมาสนใจและรณรงค์ร่วมกัน การรักษามารยาทก็คงจะถดถอยลงเรื่อยๆ การขับรถยังไงเพื่อเป็นมิตรกับเพื่อนๆร่วมท้องถนน การเดินทางด้วยรถยนต์บนถนนสาธารณะนอกจากกฎหมายราชการแล้วยังควรมีมารยาทและความเอื้ออาทรต่อกัน เพื่อให้มีทั้งความราบรื่นและความปลอดภัยในการเดินทางอยู่เสมอ ผู้ขับรถยนต์ไทยกับมารยาทในการใช้รถใช้ถนนร่วมกันยังไม่มีมากนัก หากไม่หันมารณรงค์ร่วมกัน การรักษามารยาทก็คงจะถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง

การขับรถที่ดีไม่ได้หมายความว่าต้องขับรถช้าเป็นเต่าคลานกันเสมอไป

ตรงกันข้ามการขับรถช้าเกินควรในบางครั้งกลับเป็นตัวก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และเพิ่มอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงให้กับชาวบ้านด้วยซ้ำไป เพราะรถที่ขับตามเค้าต้องคอยเบรกและหาจังหวะเปลี่ยนช่องทางเพื่อนแซงรถช้า นอกจากนี้ยังเป็นตัวสร้างอุบัติเหตุให้กับชาวบ้าน เพราะรถที่ขับตามต้องเปลี่ยนเลนไปตัดทางพวกรถที่มาเร็ว อันที่จริงแล้วควรขับตามความเหมาะสมกับสภาพเส้นทางและสภาพการจราจร เขาไปช้าเราก็ต้องคลานตามไป และเมื่อเพื่อนร่วมถนนไปเร็วเราก็ควรเร็วตามเขาด้วยเหมือนกัน การจราจรจะได้ไม่เกิดการติดขัด

หลักสำคัญในการขับขี่รถ

คือ ความราบเรียบและนุ่มนวล ไม่ว่าจะเป็นการพักเลี้ยว การเบรก การถอนเบรก การเร่งและการถอนคันเร่ง การกระทำใด ๆ ก็ตาม หากดำเนินการอย่างกะทันหัน ฉับพลัน ก็จะมีผลต่อการทรงตัวของรถ อย่างเช่น เรากดเบรกหนัก ๆ ก่อนถึงโค้ง น้ำหนักรถก็จะเหมาที่ล้อหน้า พอหักเลี้ยวก็ถอนเท้าออกจากเบรกอย่างเร็ว แล้วรีบมากดคันเร่งพุ่งตัวออกจากโค้ง น้ำหนักก็จะถ่ายกลับไปยังล้อหลังอย่างทันควัน แน่นอนว่าประสิทธิภาพในการยืดเกาะถนนของล้อต้องมีปัญหาแน่ อย่างไรก็ตามในบางจังหวะเราก็อาจต้องทำอะไรที่มันเร็ว ๆ และรุนแรง อย่างการเบรกแบบกะทันหัน หรือหักเลี้ยวหลบอย่างฉับพลัน

กฎจราจร และกติกามารยาทในการขับรถยนต์เบื้องต้น

1. ขับช้าอยู่เลนซ้าย กรณีที่ถนนมีหลายเลน หรือถนนหลักมีหลายช่องจราจร ถ้าเราขับช้าให้ขับอยู่ในเลนซ้าย ส่วนรถที่ขับเร็วกว่าก็จะขับอยู่ในเลนขวา
2.เปิดไฟเลี้ยวทุกครั้งก่อนเปลี่ยนช่องจราจร ถ้าเราจะทำการเปลี่ยนเลนหรือเปลี่ยนช่องจราจร จะต้องเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวด้านที่เราจะไป เพื่อบอกให้รถที่ตามมาด้านหลังรู้ว่ารถเรากำลังเปลี่ยนช่องจราจร
3.อย่าเปิดไฟสูงถ้าไม่จำเป็น กรณีที่เปิดไฟสูงใช้เมื่อต้องการขอทางรถข้างหน้าที่อาจขับช้า กดขอทางทางทีเดียวพอ เนื่องจากไฟสูงจะมีแสงที่จ้ามากและระดับเข้าดวงตาพอดี
4.กรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องจอดข้างทางให้เปิดไฟฉุกเฉินไฟฉุกเฉินหลายคนเข้าใจผิดใช้ขอทางเวลาจะข้ามแยกอันนั้นผิด ไฟฉุกเฉินกดตรงปุ่มที่มีเครื่องหมายสามเหลี่ยมก็ต่อเมื่อเรามีเหตุจำเป็นหรือเหตุฉุกเฉินที่ต้องหยุดรถบนถนน
5.อย่าใช้แตรถ้าไม่จำเป็น แตรเป็นสัญญาณเสียงที่ดังมาก ซึ่งปุ่มกดจะอยู่ตรงกลางพวงมาลัย ใช้เพื่อส่งสัญญาณให้คนอื่นรู้ตัว ซึ่งอาจมองไม่เห็นรถเร
6.อย่าแซงด้านซ้าย กรณีที่คันหน้าขับช้ากว่าเราและเราต้องการจะแซง ให้เปิดไฟเลี้ยวก่อนและขับแซงทางด้านขวาเท่านั้น
7.ให้รถที่อยู่ในวงเวียนไปก่อน กรณีที่กำลังจะขับรถเข้าในวงเวียนที่มีรถอยู่แล้วเราต้องให้รถที่อยู่ในวงเวียนซึ่งจะมาทางด้านขวาผ่านไปก่อน เราจึงสามารถแทรกเข้าวงเวียนได้
8.เจอทางแยกไม่มีไฟแดงให้รถทีอยู่ทางขวาไปก่อน กรณีที่เจอทางแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟแดง เราต้องให้รถที่อยู่ทางขวามือไปก่อน
9.ให้รถที่อยู่ทางหลักไปก่อน กรณีเจอทางแยกที่ไม่มีไฟแดงโดยทางที่เราอยู่เป็นซอยเล็ก รถที่ออกจากซอยต้องให้รถที่อยู่ในทางหลักไปก่อน
10.อย่าขับคร่อมเลน กรณีที่ถนนมีหลายเลนให้เราขับอยู่ในเลนหรือช่องจราจรช่องใดช่องหนึ่ง อย่าขับคร่อมเส้นแบ่งเนเพราะจะเป็นการกีดขวางผู้อื่น

สาระน่ารู้เกี่ยวกับเทคนิคการขับรถเพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุ

| Posted by admin
May 28 2014

ปัจจุบันมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นและมีการใช้รถเพื่อเป็นพาหะในการเดินทางกันมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ทำให้เกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นเยอะมาก ดังนั้นจึงอยากจะแนะนำวิธีที่จะช่วยป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน


ต้องรอบรู้เรื่องรถ ผู้ที่ขับรถที่ดีจะต้องรอบรู้เรื่องรถเป็นอย่างดี ต้องมั่นตรวจอยู่เสมอ โดยเฉพาะ เครื่องยนต์ ห้ามล้อ ยาง นอตบังคับล้อ พวงมาลัย ที่ปัดนำฝน กระจกส่องหลังและไฟ
ต้องรอบรู้เรื่องทาง เนื่องจากเส้นทางทุกสายจะมีความแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมหรือสภาพภูมิประเทศ ฉะนั้นในการเดินทางแต่ละครั้งควรจะศึกษาจากแผนที่ คู่มือการท่องเที่ยว หรือสอบถามกับผู้รู้ก่อนเดินทาง
ต้องรอบรู้เรื่องวิธีการขับรถ จะต้องรู้วิธีการแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้าได้โดยฉับพลันและสามารถหลีเลี่ยงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้
ต้องรอบรู้เรื่องกฎจราจร กฎจราจรมีไว้เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกรวดเร็ว
ต้องรอบรู้เรื่องมารยาทในการขับรถ เพราะมีความสำคัญต่อการใช้รถใช้ถนน ซึ่งผู้ขับขี่ที่ดีควรจะแสดงความสุภาพ และเห็นอกเห็นใจผู้อื่นพร้อมกับแนะนำให้ผู้อื่นได้
นอกจากนี้ก็ควรที่จะให้ความสนใจในส่วนของรายละเอียดเหล่าเพิ่มด้วย
1.พักผ่อนให้เพียงพอ ผู้ที่จะเดินทางจำเป็นจะต้องพักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับรถซึ่งควรหลีกเลี่ยงการใช้ถนนระหว่างเที่ยงคืนถึงหกโมงเช้าเพราะเป็นช่วงระยะเวลาที่ง่วงนอนที่สุดหรืออาจจะพาเพื่อนไปด้วยเพื่อจะได้สลับกันขับ และควรจะวางแผนในการขับขี่ด้วย โดยการหยุดพักรถทุกๆ 2 ชั่วโมง
2.ควรใช้ความระมัดระวังเมื่อต้องแซงรถคันอื่น
3.ควรเว้นระยะห่างในการขับขี่ สำหรับการขับขี่อย่างปลอดภัยคือจะต้องเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า เพราะการรักษาระยะห่างจะช่วยลดอุบัติเหตุได้ ถ้าเกิดกรณีที่มองไม่เห็นข้างหน้ารถที่อยู่ด้านหน้าก็ควรที่จะเพิ่มระยะห่างให้มากขึ้น
การรอบรู้ในเรื่องการขับขี่ให้ปลอดภัยนั้นจะช่วยลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้เป็นอย่างมาก และจะช่วยให้การขับขี่บนท้องถนนเป็นไปอย่างราบรื่นอีกด้วย

อุตสาหกรรมยานยนตร์ในประเทศไทย

| Posted by admin
Apr 30 2014

ในปัจจุบันรถยนต์ได้เป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่มีฐานะความเป็นอยู่รวยหรือจนก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีรถยนต์เป็นส่วนในการพัฒนาสังคม จนเรียกได้ว่าเป็นปัจจัย 4 ของมนุษย์ และถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศเกิดการเจริญเติบโต ในหลายๆประเทศการทำธุรกิจทางด้านนี้นับว่าทำรายได้ให้กับประเทศชาติอย่างมหาศาล

ปัจจุบันโตโยต้าเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในโลก

พร้อมกับมีการเงินที่เข้มแข็ง อะไรก็ตามที่มีต้นทุนต่ำ และประหยัดพลังงานล้วนได้รับความนิยมมากกว่ารถที่ผลิตทางฝั่งยุโรป เพราะรถทางฝั่งยุโรปนั้นมีต้นทุนการผลิตต่อคันค่อนข้างสูงมาก และยังใช้เชื้อเพลิงเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับรถญี่ปุ่น ทำให้ผู้คนเริ่มหันมาใช้รถที่ผลิตจากญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในด้านที่ดีขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นทางด้านราคา ประหยัดเชื้อเพลิง ค่าบำรุงรักษา และศูนย์ซ่อมที่หาได้ง่าย

จะว่าไปแล้วรถยนต์สัญชาติเอเชียนั้นมียอดขายสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีโอกาสในการครองตลาดโลก ถึงแม้จะมีกำไรที่น้อย แต่ด้วยยอดขายที่สูงทำให้กำไรที่ได้กลับมานั้นมหาศาล นับว่าเป็นการประสบความสำเร็จของอุตสาหกรรมรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น เราควรหันมาสนใจตลาดประเภทนี้ เพื่อการเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว  เนื่องจากประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญและส่งออกไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก

ประเทศไทยยังได้รับการยกย่องว่าเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ได้มาตรฐาน และในสหรัฐอเมริกาเองที่ยืนยันว่าให้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์บางประเภทที่สำคัญของโลก นับว่าเป็นสัญญาณอันดีที่ไทยมีศักยภาพในการผลิตและการทำตลาดอุตสาหกรรมที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของภูมิภาค

อย่างไรก็ตามผู้บริโภคเองก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

การเลือกซื้อรถที่มีคุณภาพนับว่าเป็นสิ่งสำคัญ เราะจะเห็นได้จากมีผู้ประกอบการรถยี่ห้อดังออกมาจัดแคมเปญ ออกโฆษณาเชิญชวน สร้างความปลอดภัย และแนะนำข้อมูลการขับรถ ตรวจเช็คสภาพรถฟรี  เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุให้กับผู้ขับขี่ในท้องถนน และยังช่วยในการส่งเสริมการตลาด การทำการตลาดทางด้านนี้นับว่าน่าสนใจต่อการเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจยานยนตร์

แนะนำข้อมูลในการขับขี่รถ เพื่อลดปัญหาของการเกิดอุบัติเหตุ อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

| Posted by admin
Mar 26 2014


ในปัจจุบันอุบัติเหตุทางรถยนต์นับเป็นปัญหาที่น่าหวาดวิตก สำหรับคนใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก การเกิดอุบัติเหตุเกิดจากผู้ขับรถส่วนใหญ่ ยังมีระดับความเข้าใจในการขับรถที่แตกต่างกัน และยังไม่ได้มาตรฐานเพียงพอ วิธีหนึ่งที่จะช่วยป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้คือ ผู้ขับรถจะต้องมีระดับความเข้าใจและการขับขี่ที่มีมาตรฐานดีพอ มีความพร้อมทั้งในด้านจิตสำนึกและทักษะ

คำกล่าวที่ว่า ปลอดภัยไว้ก่อน กลายมาเป็นเทคนิคในการขับรถให้ปลอดภัย เทคนิคที่ผู้ขับขี่ไม่ควรลืมในการขับขี่อย่างปลอดภัย คือ
1. ลดความเร็วในการขับขี่
คงทราบดีอยู่แล้วว่า ยิ่งขับช้าเท่าไหร่ ก็จะสามารถควบคุมรถได้มากขึ้นเท่านั้น และการควบคุมเป็นสิ่งที่สำคัญในการขับขี่ที่ดี แม้อยู่ในช่วงเวลาเร่งรีบคุณก็ไม่ควรลืมกฎง่ายๆนี้นะค่ะ เพราะมันเป็นกฎข้อแรกที่คุณสามารถทำเพื่อจะรักษารถคุณ และทำให้คุณปลอดภัยด้วย
2. อย่าใช้โทรศัทพ์ขณะขับขี่
สำหรับคนที่ใช้โทรศัพท์ในขณะขับรถนั้น เรามีอะไรจะบอกคนเหล่านั้นรวมทั้งตัวคุณด้วย การโทรหาเพื่อนคุณในระหว่างการขับขี่ ความเสี่ยงที่จะไปชนรถคันอื่นเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ขอแนะนำว่า เพื่อความปลอดภัยควรใช้โทรศัพท์หลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้วเพื่อความปลอดภัยของตัวคุรและคนรอบข้างค่ะ
3. ควบคุมความหงุดหงิดเมื่อคุณกำลังขับรถ
เราทราบว่ามันง่ายมากที่จะเกิดความหงุดหงิด/หัวเสียเมื่ออยู่บนถนน แต่ต้องพยายามลดความโกรธเมื่อคุณกำลังขับรถ เพราะนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งให้เกิดอุบัติเหตุได้ พยายามควบคุมมันให้ได้จนกว่าจะถึงจุดหมาย
4.ไม่ควรมีวัตถุแหลมคม เก็บอยู่ในรถ
หากเกิดอุบัติเหตุ คุณย่อมต้องการความปลอดภัยและอยากให้มั่นใจว่าจะไม่มีสิ่งใดมาทำอันตรายคุณอีก ดังนั้นจึงไม่ควรเก็บวัตถุแหลมคม เช่น ปากกา,กรรไกร หรือวัตถุแหลมคมอื่น ไม่ควรจะเก็บอยู่ในรถ
5. กฎ 2 วินาที เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่เกิดจากความผิดพลาดจากรถคันอื่น
อย่าหวังอะไรจากเพื่อนร่วมทางกับคุณนอกจากปัญหา ถ้าคุณจำสิ่งนี้และทำตาม คุณจะสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ไม่คาดคิดต่างๆได้ เราขอแนะนำ “กฎ 2 วินาที ” เมื่อคุณต้องการจะแซงรถคันหน้า ให้ใช้เทคนินการสังเกตุสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น เครื่องหมายหยุด, สะพาน, ไฟถนน ซึ่งรถคันหน้าขับผ่าน เพื่อความปลอดภัยจงแน่ใจว่าเขาขับผ่านสิ่งเหล่านั้นไปก่อนที่คุณจะแซงอย่างน้อย 2 วินาที อย่าไปมองนาฬิกา แต่ให้นับ “หนึ่งมิสซิบซิบปี้ สองมิสซิบซิบปี้” สิ่งนี้จะช่วยบอกจังหวะที่เหมาะสมในการแซง ทั้งยังช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า
6.เมาไม่ขับ
เน้นกฎนี้กว่าข้ออื่นๆ เนื่องจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์แล้วขับรถเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำโดยเด็ดขาด และหากคุณเห็นคนขับคนอื่นดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น ให้หลีกห่าง และถ้าเป็นไปได้ ให้แจ้งตำรวจ

ดังนั้นหลักสำคัญในการขับขี่รถ คือ ความราบเรียบและนุ่มนวล ไม่ว่าจะเป็นการพักเลี้ยว การเบรก การถอนเบรก การเร่งและการถอนคันเร่ง การกระทำใด ๆ ก็ตาม หากดำเนินการอย่างกะทันหัน ฉับพลัน ก็จะมีผลต่อการทรงตัวของรถ อย่างเช่น เรากดเบรกหนัก ๆ ก่อนถึงโค้ง น้ำหนักรถก็จะเหมาที่ล้อหน้า พอหักเลี้ยวก็ถอนเท้าออกจากเบรกอย่างเร็ว แล้วรีบมากดคันเร่งพุ่งตัวออกจากโค้ง น้ำหนักก็จะถ่ายกลับไปยังล้อหลังอย่างทันควัน แน่นอนว่าประสิทธิภาพในการยืดเกาะถนนของล้อต้องมีปัญหาแน่ อย่างไรก็ตามในบางจังหวะเราก็อาจต้องทำอะไรที่มันเร็ว ๆ และรุนแรง อย่างการเบรกแบบกะทันหัน หรือหักเลี้ยวหลบอย่างฉับพลัน ดังนั้นจึงพึงระลึกไว้ด้วยว่ามันมีผลกับการทรงตัวของรถ จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการรับผลที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย