ลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วยการติดกล้องหน้ารถ

ความก้าวหน้าของโลกเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ทำให้คนจำนวนมากแสวงหาอุปกรณ์ต่างๆเพื่อนำมาใช้ในการป้องกันตัวเอง หรือใช้เป็นวัตถุพยานสำคัญที่จะทำให้เราปลอดภัยจากเหตุการณ์ต่างๆได้ โดยเฉพาะคนที่ใช้รถใช้ถนน ก็เลือกที่จะใช้กล้องติดหน้ารถที่สามารถหาซื้อได้และราคาไม่แพงไปติดไว้ และที่สำคัญกล้องติดหน้ารถเป็นข้อมูลหลักฐานที่เป็นความจริงได้ดีที่สุดในยามคับขันสามารถช่วยเราได้ดีกว่าการเล่าเรื่องด้วยปาก และเพื่อขยายผลในการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ในหลายๆเหตุการณ์

กล้องติดรถยนต์ ถือเป็นส่วนสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์

เพื่อใช้บันทึกเหตุการณ์สำคัญไม่ว่าในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือบันทึกวิวทิวทัศน์ขณะขับรถท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด กล้องติดรถยนต์ยังช่วยให้คุณสามารถมั่นใจได้ว่าคุณไม่ได้กลายเป็นเหยื่อของอาชญากร หรือเหยื่อของอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้นไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับคนหรือทรัพย์สิน เช่นเราขับรถไปชนคน ขับรถชนทรัพย์สินริมถนน หรือแม้กระทั่งเราขับชนรถยนต์ด้วยกันเอง กล้องติดรถยนต์จะช่วยเป็นพยานและหลักฐานสำคัญที่ทำให้เราพ้นความผิดจากการขับรถโดยประมาทได้ เนื่องจากเวลาเกิดอุบัติเหตุ ต่างคนต่างคิดว่าตนเป็นฝ่ายถูก

ตอนนี้ทำให้กระแสของการติดกล้องหน้ารถกำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ มีการแข่งขันกันจากหลายยี่ห้อที่ส่วนใหญ่ยังไม่เป็นที่รู้จัก หลายคนก็กำลังเก็บข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบตัดสินใจซื้อเพราะภาพจากกล้องในรถจะใช้เป็นหลักฐานได้ดีที่สุดในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน มัดตัวผู้กระทำผิดได้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง อย่างที่เราเห็นกันในหลายคดีจากรายการข่าวในโทรทัศน์ โดยกล้องหลังสามารถติดตั้งเพื่อบันทึกได้ทั้งในรถ ที่ขอบหลังคา หรือบริเวณกระจกหลังรถ จัดเก็บไฟล์แยกกันระหว่างกล้องหน้า/หลัง สามารถปรับแต่งภาพได้โดยใช้ฟังก์ชั่นปรับภาพต่างๆคล้ายการตกแต่งภาพของแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ สามารถตั้งค่าปิดหน้าจออัตโนมัติเพื่อไม่ให้แสงจากจอภาพรบกวนขณะขับขี่ได้ สามารถบันทึกตามช่วงระยะเวลาที่กำหนด โดยจะบันทึกติดต่อกันทันที สามารถตั้งเวลาปิดเครื่องให้ช้าออกไปได้ หลังจากดับเครื่องยนต์แล้ว เพราะอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้ขณะเดินออกจากรถ

เทคนิคการขับรถให้ปลอดภัยในช่วงหน้าฝน

carfreecookbook.org

หน้าฝนเป็นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่มีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน เพราะฝนที่ตกลงมาจะทำให้ถนนลื่นซึ่งเป็นเหตุให้ระยะในการหยุดรถยาวกว่าปกติ และยังลดทัศนวิสัยการมองเห็นในการขับขี่ ปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยภายนอกที่ที่ผู้ขับขี่ควบคุมไม่ได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษและที่สำคัญที่สุดจะต้องปรับวิธีการขับขี่เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะ ทั้งนี้ผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงหน้าฝนควรปฏิบัติและนำเทคนิคการขับขี่ในหน้าฝนดังนี้

– ตรวจสอบความพร้อมของรถยนต์ เช่น สภาพยางใบปัดน้ำฝน ระดับน้ำฉีดกระจก ระบบเบรค สภาพยางดอกยาง ระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆด้วย

– เมื่อฝนตกหนัก ให้เปิดไฟหน้าและไฟตัดหมอก ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน

– ช่วงที่ฝนตกใหม่ๆ ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะถนนจะลื่นมากกว่าปกติ

– ใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพถนนและการมองเห็น ทิ้งระยะห่างขณะขับตามรถคันหน้าให้มากกว่าปกติเป็น 2เท่า

– หลีกเลี่ยงการเบรคอย่างกระทันหันและการใช้เบรคโดยไม่จำเป็น

– เพิ่มการสังเกตุการณ์ จุดที่มีน้ำขังบนถนนและลดความเร็ว ขณะขับผ่านแอ่งน้ำเพราะอาจจะทำให้รถลื่นไถลได้ถ้าขับมาด้วยความเร็งสูง

– ในกรณีขับไปในถนนที่มีน้ำท่วมขัง ให้สังเกตุระดับความลึกของน้ำจากรถคันหน้าหรือขอบฟุตบาทข้างทางเพื่อประเมินสถานการณ์

– กรณีที่ขับลุยน้ำท่วมขังควรปิดระบบแอร์และ ใช้เกียร์ต่ำเพื่อไม่ให้รอบเครื่องยนต์ต่ำเกินไป

– หลังจากที่ผ่านจุดน้ำท่วมขัง ให้ย้ำเบรคบ่อยๆ เพื่อรีดน้ำให้ผ้าเบรคแห้ง ป้องกันเบรคลื่น

– ถ้าฝนตกหนักมากจนไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าได้ชัดเจนควรหาที่จอดที่ปลอยภัยรอจนฝนเบาลงแล้วค่อยเดินทางต่อ

สิ่งสำคัญในการขับรถช่วงหน้าฝนนั้นจะต้องตรวจสอบสภาพรถ ไม่ว่าจะเป็น ระบบการปัดน้ำฝนยางล้อรถ สำคัญมากอย่าวางใจสภาพถนนและควรใช้ไฟอย่างถูกต้อง ทั้งนี้หากถึงช่วงหน้าฝนผู้ขับขี่รถควรจะต้องใส่ใจในรายละเอียดต่างๆที่กล่าวมานี้ เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วย

พฤติกรรมที่ควรเลี่ยงขณะขับรถ เพื่อความปลอดภัย


การขับรถยนต์ให้ปลอดภัยนั้นเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับการขับรถยนต์ในแต่ละครั้ง การเตรียมความพร้อมทั้งรถยนต์และคนขับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากมีการตรวจสอบความพร้อมใช้งานของรถยนต์ก่อนออกเดินทาง จะช่วยให้ลดการเกิดอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้ในการขับรถนั้นผู้ที่ขับรถไม่ควรมีพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้
1.การคุยโทรศัพท์หรือการแชท เพราะการคุยโทรศัพท์ขณะขับรถนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากการขับรถจะต้องใช้ประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการมอง การฟัง การทรงตัวหรือการพูดคุย สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ความสามารถในการขับนั้นลดลง ทำให้รถส่ายไปมาจนเกิดอุบัติเหตุชนท้ายหรือสิ่งที่ร้ายแรงไปกว่านั้น
2.การจับพวงมาลัยมือเดียว นั้นมีโอกาสเสียการควบคุมได้ง่าย หากใช้ความเร็วสูงขณะเข้าโค้ง หรือบนถนนที่ไม่เรียบ
3.การเหิดเพลงดัง เพราะจะส่งผลให้ผู้ขับไม่สามารถได้ยินเสียงผิดปกติของรถได้ หรือแม้กระทั่งเสียงรถที่ขับมาเคียง ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
4.การถอดรองเท้า ขณะขับรถหรอการวางรองเท้าไว้ใกล้ๆตัวนั้นจะอัตรายกว่าการใส่รองเท้า เนื่องจากรองเท้าที่ถอดไว้อาจจะไหลไปติดแป้นเบรก ซึ่งจะทำให้เบรกได้ไม่ลึกและไม่สามาราถหยุดรถได้ ทั้งนี้ควรจะใส่รองเท้าไว้เพื่อความปลอดภัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้
5.การนั่งขับยกขาขึ้นข้างหนึ่ง นั้นมีผลให้ผู้ขับนั่งควบคุมรถไม่มั่นคง อาจทำให้ควบคุมพวงมาลัยได้ไม่ดี
6.การทานอาหารขณะขับรถ เพราะการกินไปด้วยและขับรถไปด้วย ทำให้ต้องจับพวงมาลัยมือเดียวหรือบางครั้งอาจจะต้องปล่อยมือ วึ่งเป็นอัตรายมากๆ
7.หารหยิบของ โดยการก้มลงหรือเอี้ยวตัวไปมาเพื่อหยิบจับสิ่งของ แล้วอาจปล่อยมือ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย
8.การแต่งหน้าขณะขับรถ เนื่องจากหลายๆคนที่กระทำแบบนี้ คือขับไปแต่งหน้าไปพร้อมๆกันจนรถต้องส่ายไปมา จึงอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้
9.การสูบบุหรี่ อาจจะเสียการตรงตัวของรถ เพราะต้องใช้มือเดียวในการจับพวงมาลัย
10.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เพราะอุบัติหุตนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท ควรคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง

ขับรถปลอดภัยห่างไกลอุบัติเหตุ

บ่อยครั้งที่มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่มักจะได้ยินสาเหตุมาจากความประมาท ความมึนเมา มีรถตัดหน้า คันหน้าจอดกะทันหัน ทั้งหมดคือเหตุเบื้องต้นของการเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นควรจะเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางให้ดีก่อน โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ และหากเหนื่อยล้าหรือง่วงนอน ควรเปลี่ยนมือถ้าไม่มีใครเปลี่ยนควรแวะพักเป็นระยะ ที่สำคัญห้ามดื่มของมึนเมาเด็ดขาด หรือการใช้ยาหรือสารกระตุ้นใดๆ ทั้งนี้นั้นการนอนหลับจะช่วยป้องกันความเหนื่อยล้าและการหลับในที่เกิดกับผู้ขับขี่รถยนต์ นอกจากนี้แล้วก่อนออกรถควรทบทวนความพร้อมของตนเอง เช่น กำลังจะไปที่ไหน เพิ่งผ่านที่ไหนมาและเหลือระยะทางอีกเท่าไร ในการเตรียมรถ อุปกรณ์ประจำรถ จำเป็นต้องมีติดรถไว้ควร ตรวจดูชุดเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆให้ติดรถไว้เสมอ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้สามารถเอาไว้ช่วยเหลือผู้อื่นได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อจะต้องผ่านเส้นทางที่ขาดแคลน

สิ่งสำคัญควรตรวจความพร้อมของระบบไฟและสัญญาณไฟต่างๆ น้ำมันเครื่องและน้ำสำหรับฉีดทำความสะอาดกระจก รวมทั้งเบรก และอื่นๆ รวมทั้งการตรวจสอบประสิทธิภาพการเบรกก่อนจะเคลื่อนรถทุกครั้งดังนั้นทุกครั้งที่ต้องขับรถควรใช้ความเร็วให้สอดคล้องกับระยะไฟส่องสว่างข้างหน้า ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ขับขี่อย่างปลอดภัยนั้น โดย การนั่งที่ถูกต้องควรปรับระดับความสูงของเบาะให้สามารถมองเห็นถนนและด้านหน้าของรถ เหนือระดับพวงมาลัยได้อย่างชัดเจน ในขณะเดียวกัน สายตาของผู้ขับ ต้องสามารถมองเห็นอุปกรณ์สำคัญๆ ได้ด้วย และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการขับขี่รถยนต์ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเข็มขัดนิรภัย เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือมีการเบรกอย่างรุนแรง เข็มขัดจะช่วยยึดลำตัวของผู้ขับให้แน่นขึ้น เพื่อให้แผ่นหลังชิดกับพนักพิงโดยไม่หลุดออกไปหน้ารถ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเข็มขัดนิรภัย นั้นมีส่วนช่วยให้การนั่งขับมีความมั่นคงอีกด้วย

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยทั้งตนเองและคนรอบข้างจำจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆที่กล่าวมาเพื่อที่จะทำให้การเดินทางนั้นเป็นไปด้วยความสุขและปราศจากอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วย

วางแผนเพื่อรับมือ 7 วันอันตรายช่วงเทศกาลสำคัญ

ในแต่ละปีในช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือสงกรานต์ จะมีผู้ที่ได้รับการบาดเจ็บหรือ เสียชีวิต จากอุบัติเหตุการจราจรบนท้องถนน ที่ขาดความระมัดระวังในการขับขี่ยวดยานพาหนะ และการไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยผู้ประสบเหตุส่วนใหญ่จะอยู่ในวัยหนุ่มสาว และกว่าครึ่งของผู้ประสบเหตุ มีสาเหตุมาจากเมาสุราแล้วขับแทบทั้งสิ้น ซึ่งยานพาหนะที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ รถจักรยานยนต์ และประเทศไทยต้องสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจกว่าปีละแสนล้านบาท หากไม่มีการดำเนินการใดๆที่จะหยุดยั้งผู้ที่ดื่มสุราแล้วมาขับรถ จะส่งผลเสียต่อสังคมไทย ในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยส่วนรวม อุบัติเหตุบนทางหลวงนอกเขตเทศบาลมักเป็นอุบัติเหตุที่ร้ายแรง มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ส่วนอุบัติเหตุยานยนต์ ในเขตชุมชน ย่อมเกิดขึ้นบ่อยกว่าในทางหลวงหลายเท่า แต่มักไม่รุนแรง มีผู้บาดเจ็บถึงตายไม่มาก ส่วนมากเกิดจากรถนั่งส่วนบุคคลชนคนข้ามถนน รถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์ชนกันเอง

แผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล 7 วันอันตราย

ซึ่งช่วงเทศกาลวันแรกๆและวันท้ายๆของเทศกาลจะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยส่วนใหญ่มักใช้รถยนต์ส่วนตัว และเลือกเดินทางช่วงกลางคืน ส่วนบางกลุ่มมักดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ จึงเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดังนั้นเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนจึงเน้นการรณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ปฏิบัติตามวินัยจราจร เช่น ไม่ขับรถเร็วเกินกำหนด, ไม่ขับรถตัดหน้าแบบกระชั้นชิด, ไม่ขับฝ่าสัญญาณไฟจราจร โดยได้กำหนดภารกิจต่างๆ ให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการ อาทิ ตรวจสอบ, ซ่อมแซม และทำความสะอาด ป้ายสัญญาณจราจรให้พร้อมใช้งาน เป็นต้น

การป้องกันอุบัติเหตุในชุมชนทุกๆพื้นที่

คือ ชุมชนมีความเป็นเจ้าของโครงการ การมีเจ้าภาพชัดเจน โดยประชาชนมีส่วนร่วม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดอุบัติเหตุ มีความรู้ มีวินัยจราจร การขับขี่ปลอดภัย และความตระหนักใน การป้องกันอุบัติเหตุ และมีการดำเนินการแบบต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความยั่งยืน เช่น การมีแผนแม่บท การมีงบประมาณต่อเนื่อง ตระหนักในการป้องกันอุบัติเหตุ และการยอมรับจากข้อมูลอุบัติเหตุในพื้นที่ เมื่อผู้นำชุมชน มีความเข้มแข็งเกิดการมีส่วนร่วม เกิดกองทุนอุบัติเหตุในชุมชนเช่น หมวกกันน๊อค รถ EMS กฎชุมชน กติกาชุมชน การจัดสรรงบประมาณ การแสวงหา/เกิดเครือข่าย เช่น อปท วัด โรงเรียน และเกิดเครือข่ายลดอุบัติเหตุในชุมชน