เทคนิคการขับรถให้ปลอดภัยในช่วงหน้าฝน

carfreecookbook.org

หน้าฝนเป็นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่มีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน เพราะฝนที่ตกลงมาจะทำให้ถนนลื่นซึ่งเป็นเหตุให้ระยะในการหยุดรถยาวกว่าปกติ และยังลดทัศนวิสัยการมองเห็นในการขับขี่ ปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยภายนอกที่ที่ผู้ขับขี่ควบคุมไม่ได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษและที่สำคัญที่สุดจะต้องปรับวิธีการขับขี่เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะ ทั้งนี้ผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงหน้าฝนควรปฏิบัติและนำเทคนิคการขับขี่ในหน้าฝนดังนี้

– ตรวจสอบความพร้อมของรถยนต์ เช่น สภาพยางใบปัดน้ำฝน ระดับน้ำฉีดกระจก ระบบเบรค สภาพยางดอกยาง ระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆด้วย

– เมื่อฝนตกหนัก ให้เปิดไฟหน้าและไฟตัดหมอก ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน

– ช่วงที่ฝนตกใหม่ๆ ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะถนนจะลื่นมากกว่าปกติ

– ใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพถนนและการมองเห็น ทิ้งระยะห่างขณะขับตามรถคันหน้าให้มากกว่าปกติเป็น 2เท่า

– หลีกเลี่ยงการเบรคอย่างกระทันหันและการใช้เบรคโดยไม่จำเป็น

– เพิ่มการสังเกตุการณ์ จุดที่มีน้ำขังบนถนนและลดความเร็ว ขณะขับผ่านแอ่งน้ำเพราะอาจจะทำให้รถลื่นไถลได้ถ้าขับมาด้วยความเร็งสูง

– ในกรณีขับไปในถนนที่มีน้ำท่วมขัง ให้สังเกตุระดับความลึกของน้ำจากรถคันหน้าหรือขอบฟุตบาทข้างทางเพื่อประเมินสถานการณ์

– กรณีที่ขับลุยน้ำท่วมขังควรปิดระบบแอร์และ ใช้เกียร์ต่ำเพื่อไม่ให้รอบเครื่องยนต์ต่ำเกินไป

– หลังจากที่ผ่านจุดน้ำท่วมขัง ให้ย้ำเบรคบ่อยๆ เพื่อรีดน้ำให้ผ้าเบรคแห้ง ป้องกันเบรคลื่น

– ถ้าฝนตกหนักมากจนไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าได้ชัดเจนควรหาที่จอดที่ปลอยภัยรอจนฝนเบาลงแล้วค่อยเดินทางต่อ

สิ่งสำคัญในการขับรถช่วงหน้าฝนนั้นจะต้องตรวจสอบสภาพรถ ไม่ว่าจะเป็น ระบบการปัดน้ำฝนยางล้อรถ สำคัญมากอย่าวางใจสภาพถนนและควรใช้ไฟอย่างถูกต้อง ทั้งนี้หากถึงช่วงหน้าฝนผู้ขับขี่รถควรจะต้องใส่ใจในรายละเอียดต่างๆที่กล่าวมานี้ เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วย

พฤติกรรมที่ควรเลี่ยงขณะขับรถ เพื่อความปลอดภัย


การขับรถยนต์ให้ปลอดภัยนั้นเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับการขับรถยนต์ในแต่ละครั้ง การเตรียมความพร้อมทั้งรถยนต์และคนขับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากมีการตรวจสอบความพร้อมใช้งานของรถยนต์ก่อนออกเดินทาง จะช่วยให้ลดการเกิดอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้ในการขับรถนั้นผู้ที่ขับรถไม่ควรมีพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้
1.การคุยโทรศัพท์หรือการแชท เพราะการคุยโทรศัพท์ขณะขับรถนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากการขับรถจะต้องใช้ประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการมอง การฟัง การทรงตัวหรือการพูดคุย สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ความสามารถในการขับนั้นลดลง ทำให้รถส่ายไปมาจนเกิดอุบัติเหตุชนท้ายหรือสิ่งที่ร้ายแรงไปกว่านั้น
2.การจับพวงมาลัยมือเดียว นั้นมีโอกาสเสียการควบคุมได้ง่าย หากใช้ความเร็วสูงขณะเข้าโค้ง หรือบนถนนที่ไม่เรียบ
3.การเหิดเพลงดัง เพราะจะส่งผลให้ผู้ขับไม่สามารถได้ยินเสียงผิดปกติของรถได้ หรือแม้กระทั่งเสียงรถที่ขับมาเคียง ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
4.การถอดรองเท้า ขณะขับรถหรอการวางรองเท้าไว้ใกล้ๆตัวนั้นจะอัตรายกว่าการใส่รองเท้า เนื่องจากรองเท้าที่ถอดไว้อาจจะไหลไปติดแป้นเบรก ซึ่งจะทำให้เบรกได้ไม่ลึกและไม่สามาราถหยุดรถได้ ทั้งนี้ควรจะใส่รองเท้าไว้เพื่อความปลอดภัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้
5.การนั่งขับยกขาขึ้นข้างหนึ่ง นั้นมีผลให้ผู้ขับนั่งควบคุมรถไม่มั่นคง อาจทำให้ควบคุมพวงมาลัยได้ไม่ดี
6.การทานอาหารขณะขับรถ เพราะการกินไปด้วยและขับรถไปด้วย ทำให้ต้องจับพวงมาลัยมือเดียวหรือบางครั้งอาจจะต้องปล่อยมือ วึ่งเป็นอัตรายมากๆ
7.หารหยิบของ โดยการก้มลงหรือเอี้ยวตัวไปมาเพื่อหยิบจับสิ่งของ แล้วอาจปล่อยมือ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย
8.การแต่งหน้าขณะขับรถ เนื่องจากหลายๆคนที่กระทำแบบนี้ คือขับไปแต่งหน้าไปพร้อมๆกันจนรถต้องส่ายไปมา จึงอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้
9.การสูบบุหรี่ อาจจะเสียการตรงตัวของรถ เพราะต้องใช้มือเดียวในการจับพวงมาลัย
10.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เพราะอุบัติหุตนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท ควรคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง

ขับรถปลอดภัยห่างไกลอุบัติเหตุ

บ่อยครั้งที่มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่มักจะได้ยินสาเหตุมาจากความประมาท ความมึนเมา มีรถตัดหน้า คันหน้าจอดกะทันหัน ทั้งหมดคือเหตุเบื้องต้นของการเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นควรจะเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางให้ดีก่อน โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ และหากเหนื่อยล้าหรือง่วงนอน ควรเปลี่ยนมือถ้าไม่มีใครเปลี่ยนควรแวะพักเป็นระยะ ที่สำคัญห้ามดื่มของมึนเมาเด็ดขาด หรือการใช้ยาหรือสารกระตุ้นใดๆ ทั้งนี้นั้นการนอนหลับจะช่วยป้องกันความเหนื่อยล้าและการหลับในที่เกิดกับผู้ขับขี่รถยนต์ นอกจากนี้แล้วก่อนออกรถควรทบทวนความพร้อมของตนเอง เช่น กำลังจะไปที่ไหน เพิ่งผ่านที่ไหนมาและเหลือระยะทางอีกเท่าไร ในการเตรียมรถ อุปกรณ์ประจำรถ จำเป็นต้องมีติดรถไว้ควร ตรวจดูชุดเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆให้ติดรถไว้เสมอ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้สามารถเอาไว้ช่วยเหลือผู้อื่นได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อจะต้องผ่านเส้นทางที่ขาดแคลน

สิ่งสำคัญควรตรวจความพร้อมของระบบไฟและสัญญาณไฟต่างๆ น้ำมันเครื่องและน้ำสำหรับฉีดทำความสะอาดกระจก รวมทั้งเบรก และอื่นๆ รวมทั้งการตรวจสอบประสิทธิภาพการเบรกก่อนจะเคลื่อนรถทุกครั้งดังนั้นทุกครั้งที่ต้องขับรถควรใช้ความเร็วให้สอดคล้องกับระยะไฟส่องสว่างข้างหน้า ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ขับขี่อย่างปลอดภัยนั้น โดย การนั่งที่ถูกต้องควรปรับระดับความสูงของเบาะให้สามารถมองเห็นถนนและด้านหน้าของรถ เหนือระดับพวงมาลัยได้อย่างชัดเจน ในขณะเดียวกัน สายตาของผู้ขับ ต้องสามารถมองเห็นอุปกรณ์สำคัญๆ ได้ด้วย และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการขับขี่รถยนต์ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเข็มขัดนิรภัย เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือมีการเบรกอย่างรุนแรง เข็มขัดจะช่วยยึดลำตัวของผู้ขับให้แน่นขึ้น เพื่อให้แผ่นหลังชิดกับพนักพิงโดยไม่หลุดออกไปหน้ารถ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเข็มขัดนิรภัย นั้นมีส่วนช่วยให้การนั่งขับมีความมั่นคงอีกด้วย

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยทั้งตนเองและคนรอบข้างจำจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆที่กล่าวมาเพื่อที่จะทำให้การเดินทางนั้นเป็นไปด้วยความสุขและปราศจากอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วย

วางแผนเพื่อรับมือ 7 วันอันตรายช่วงเทศกาลสำคัญ

ในแต่ละปีในช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือสงกรานต์ จะมีผู้ที่ได้รับการบาดเจ็บหรือ เสียชีวิต จากอุบัติเหตุการจราจรบนท้องถนน ที่ขาดความระมัดระวังในการขับขี่ยวดยานพาหนะ และการไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยผู้ประสบเหตุส่วนใหญ่จะอยู่ในวัยหนุ่มสาว และกว่าครึ่งของผู้ประสบเหตุ มีสาเหตุมาจากเมาสุราแล้วขับแทบทั้งสิ้น ซึ่งยานพาหนะที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ รถจักรยานยนต์ และประเทศไทยต้องสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจกว่าปีละแสนล้านบาท หากไม่มีการดำเนินการใดๆที่จะหยุดยั้งผู้ที่ดื่มสุราแล้วมาขับรถ จะส่งผลเสียต่อสังคมไทย ในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยส่วนรวม อุบัติเหตุบนทางหลวงนอกเขตเทศบาลมักเป็นอุบัติเหตุที่ร้ายแรง มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ส่วนอุบัติเหตุยานยนต์ ในเขตชุมชน ย่อมเกิดขึ้นบ่อยกว่าในทางหลวงหลายเท่า แต่มักไม่รุนแรง มีผู้บาดเจ็บถึงตายไม่มาก ส่วนมากเกิดจากรถนั่งส่วนบุคคลชนคนข้ามถนน รถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์ชนกันเอง

แผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล 7 วันอันตราย

ซึ่งช่วงเทศกาลวันแรกๆและวันท้ายๆของเทศกาลจะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยส่วนใหญ่มักใช้รถยนต์ส่วนตัว และเลือกเดินทางช่วงกลางคืน ส่วนบางกลุ่มมักดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ จึงเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดังนั้นเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนจึงเน้นการรณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ปฏิบัติตามวินัยจราจร เช่น ไม่ขับรถเร็วเกินกำหนด, ไม่ขับรถตัดหน้าแบบกระชั้นชิด, ไม่ขับฝ่าสัญญาณไฟจราจร โดยได้กำหนดภารกิจต่างๆ ให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการ อาทิ ตรวจสอบ, ซ่อมแซม และทำความสะอาด ป้ายสัญญาณจราจรให้พร้อมใช้งาน เป็นต้น

การป้องกันอุบัติเหตุในชุมชนทุกๆพื้นที่

คือ ชุมชนมีความเป็นเจ้าของโครงการ การมีเจ้าภาพชัดเจน โดยประชาชนมีส่วนร่วม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดอุบัติเหตุ มีความรู้ มีวินัยจราจร การขับขี่ปลอดภัย และความตระหนักใน การป้องกันอุบัติเหตุ และมีการดำเนินการแบบต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความยั่งยืน เช่น การมีแผนแม่บท การมีงบประมาณต่อเนื่อง ตระหนักในการป้องกันอุบัติเหตุ และการยอมรับจากข้อมูลอุบัติเหตุในพื้นที่ เมื่อผู้นำชุมชน มีความเข้มแข็งเกิดการมีส่วนร่วม เกิดกองทุนอุบัติเหตุในชุมชนเช่น หมวกกันน๊อค รถ EMS กฎชุมชน กติกาชุมชน การจัดสรรงบประมาณ การแสวงหา/เกิดเครือข่าย เช่น อปท วัด โรงเรียน และเกิดเครือข่ายลดอุบัติเหตุในชุมชน

ลดค่าใช้จ่ายด้วยการติดแก๊ส NGV และ LPG

สภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในยุคนี้

ทำให้หลายคนมองหาพลังงานทางเลือกที่มีราคาถูกกว่าอย่างเช่น แก๊ส ที่คนจำนวนไม่น้อยคุ้นเคยมันอย่างดี ไม่ว่าจะเป้นแก๊ส LPG ที่บรรดาคนขับรถยนต์แท็กซี่เติมใช้กันมานานนับ 10 ปี หรือจะทางเลือกใหม่กับ CNG ไม่ว่าอะไรก็ช่วยให้คนที่ต้องการความประหยัดและคุ้มค่าในการเดินทางไปยังจุด หมายต่างๆโดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันสามารถบรรลุตามเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ ปัจจุบันประชาชนที่ต้องการติดตั้งแก๊สรถยนต์เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจนอกจากอู่มีการประกันหลังติดตั้ง พร้อมมีใบวิศวกรรมรับรอง อีกทางเลือกคือเลือกหาอู่ที่เป็นสมาชิกในเครือสมาคมติดตั้งแก๊ส เพราะมีช่างติดตั้งผ่านการรับรองจากสมาคม มีประกันภัยของบริษัทเอกชนเข้ามาดูแลกรณีเกิดปัญหาระหว่างอู่กับเจ้าของรถ พร้อมรับคู่มือดูแลรักษารถและตรวจ สภาพทุกระยะ

สิ่งที่ต้องปฏิบัติเมื่อรถยนต์เปลี่ยนมาใช้ระบบแก๊ส

ต้องนำรถมาตรวจสภาพที่กรมการขนส่งภายใน 15 วัน พร้อมแนบใบรับรองจากวิศวกร บัตรประชาชนเจ้าของรถ กรอกแบบฟอร์มเพิ่มเติมรายการทะเบียนรถ ถ้าเจ้าของรถไม่มาแจ้งถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 36 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ส่วนการคุ้มครองรถยนต์จากบริษัทประกันภัยหลังแจ้งกับการขนส่งแล้วส่งหลักฐานยังบริษัทประกันภัยเงื่อนไขการคุ้มครองต่างกัน บางแห่งขอเก็บเบี้ยประกันเพิ่ม บางแห่งขอเพิ่มวงเงินและเบี้ย ประกันบางแห่งไม่ขอเก็บประกันในปีนี้แต่ทบไปเก็บปีถัดไป

NGV เป็นก๊าซธรรมชาติ ที่เกิดจากการทับถมของซากพืชซากสัตว์ เหมือนกับน้ำมันและถ่านหิน เพียงแต่อยู่ในรูปก๊าซ ซึ่งมีส่วนประกอบหลักๆ คือ มีเทน (Methane CH4) ซึ่ง NGV มีคุณสมบัติเบากว่าอากาศ เวลาเกิดการรั่วไหลจึงลอยขึ้นสูง เป็นก๊าชที่มีคุณสมบัติไร้สี ไร้กลิ่น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงมีการเติมกลิ่นฉุนๆเพิ่มเข้าไป เพื่อให้รู้ให้ได้กลิ่นเวลาเกิดการรั่วไหล ส่วน LPG ก็คือก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ได้จากการกลั่นแยกส่วนจากหอกลั่นน้ำมัน เหมือนกับน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน มีส่วนประกอบหลักๆ คือ โพรเพน (Propane C3H8) และบิวเทน (Butane C4H10) ในอัตราส่วน 70 : 30 ซึ่ง LPG มีคุณสมบัติหนักกว่าอากาศหากเกิดการรั่วไหลจะลงต่ำกองรวมกันที่พื้น เป็นก๊าชที่มีคุณสมบัติไร้สี ไร้กลิ่นเช่นเดียวกับ NGV ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงมีการเติมกลิ่นฉุนๆ เพิ่มเข้าไป เพื่อให้รู้ให้ได้กลิ่นเวลาเกิดการรั่วไหล