ลดค่าใช้จ่ายด้วยการติดแก๊ส NGV และ LPG

สภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในยุคนี้

ทำให้หลายคนมองหาพลังงานทางเลือกที่มีราคาถูกกว่าอย่างเช่น แก๊ส ที่คนจำนวนไม่น้อยคุ้นเคยมันอย่างดี ไม่ว่าจะเป้นแก๊ส LPG ที่บรรดาคนขับรถยนต์แท็กซี่เติมใช้กันมานานนับ 10 ปี หรือจะทางเลือกใหม่กับ CNG ไม่ว่าอะไรก็ช่วยให้คนที่ต้องการความประหยัดและคุ้มค่าในการเดินทางไปยังจุด หมายต่างๆโดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันสามารถบรรลุตามเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ ปัจจุบันประชาชนที่ต้องการติดตั้งแก๊สรถยนต์เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจนอกจากอู่มีการประกันหลังติดตั้ง พร้อมมีใบวิศวกรรมรับรอง อีกทางเลือกคือเลือกหาอู่ที่เป็นสมาชิกในเครือสมาคมติดตั้งแก๊ส เพราะมีช่างติดตั้งผ่านการรับรองจากสมาคม มีประกันภัยของบริษัทเอกชนเข้ามาดูแลกรณีเกิดปัญหาระหว่างอู่กับเจ้าของรถ พร้อมรับคู่มือดูแลรักษารถและตรวจ สภาพทุกระยะ

สิ่งที่ต้องปฏิบัติเมื่อรถยนต์เปลี่ยนมาใช้ระบบแก๊ส

ต้องนำรถมาตรวจสภาพที่กรมการขนส่งภายใน 15 วัน พร้อมแนบใบรับรองจากวิศวกร บัตรประชาชนเจ้าของรถ กรอกแบบฟอร์มเพิ่มเติมรายการทะเบียนรถ ถ้าเจ้าของรถไม่มาแจ้งถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 36 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ส่วนการคุ้มครองรถยนต์จากบริษัทประกันภัยหลังแจ้งกับการขนส่งแล้วส่งหลักฐานยังบริษัทประกันภัยเงื่อนไขการคุ้มครองต่างกัน บางแห่งขอเก็บเบี้ยประกันเพิ่ม บางแห่งขอเพิ่มวงเงินและเบี้ย ประกันบางแห่งไม่ขอเก็บประกันในปีนี้แต่ทบไปเก็บปีถัดไป

NGV เป็นก๊าซธรรมชาติ ที่เกิดจากการทับถมของซากพืชซากสัตว์ เหมือนกับน้ำมันและถ่านหิน เพียงแต่อยู่ในรูปก๊าซ ซึ่งมีส่วนประกอบหลักๆ คือ มีเทน (Methane CH4) ซึ่ง NGV มีคุณสมบัติเบากว่าอากาศ เวลาเกิดการรั่วไหลจึงลอยขึ้นสูง เป็นก๊าชที่มีคุณสมบัติไร้สี ไร้กลิ่น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงมีการเติมกลิ่นฉุนๆเพิ่มเข้าไป เพื่อให้รู้ให้ได้กลิ่นเวลาเกิดการรั่วไหล ส่วน LPG ก็คือก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ได้จากการกลั่นแยกส่วนจากหอกลั่นน้ำมัน เหมือนกับน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน มีส่วนประกอบหลักๆ คือ โพรเพน (Propane C3H8) และบิวเทน (Butane C4H10) ในอัตราส่วน 70 : 30 ซึ่ง LPG มีคุณสมบัติหนักกว่าอากาศหากเกิดการรั่วไหลจะลงต่ำกองรวมกันที่พื้น เป็นก๊าชที่มีคุณสมบัติไร้สี ไร้กลิ่นเช่นเดียวกับ NGV ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงมีการเติมกลิ่นฉุนๆ เพิ่มเข้าไป เพื่อให้รู้ให้ได้กลิ่นเวลาเกิดการรั่วไหล

คำแนะนำสำหรับผู้ขับขี่มือใหม่

จากโครงการรถคันแรกของรัฐบาล ส่งผลให้มีผู้ใช้รถยนต์เพิ่มขึ้นมากกว่าแต่ก่อน จึงทำให้มือใหม่หัดขับเพิ่มมากขึ้นด้วย สำหรับมือใหม่การสอบใบขับขี่มาได้นั้น ไม่เพียงพอที่จะทำให้มีความปลอดภัยในท้องถนน และผู้ใช้รถไม่ได้มีเพียงเราคนเดียว ยังมีคนอื่นๆ รวมถึงผู้เดินเท้าบนท้องถนนด้วย ดังนั้น มือใหม่หัดขับควรมีความเข้าใจในการขับรถเพื่อความปลอดภัยกับตัวเราเองและคนอื่นๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยจะขอแนะนำวิธีการใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัย ดังนี้

1.ศึกษาเส้นทางให้แม่นยำและเผื่อเวลาด้วย สำหรับมือใหม่การเผื่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากมีเหตุการณ์ที่สุดวิสัย ทำให้ต้องรีบเร่ง การเผื่อเวลาจึงช่วยลดอุบัติเหตุได้
2.เมื่อต้องการปลี่ยนเลนหรือช่องจราจรควรเปิดไฟเลี้ยวให้เป็นนิสัย เพราะเป็นการส่งสัญญาณให้รถที่อยู่ข้างหลังทราบ และชะลอให้เราขับผ่านไปได้
3.พยายามใช้กระจกมองข้างบ่อยๆในการเลี้ยวหรือกลับรถ ในบางครั้งเมื่อมองกระจกไม่ชัด ควรลดกระจกลงเพื่อความปลอดภัย
4.อยู่ในเลนขวาสุดก่อนกลับรถ ไม่ควรตัดเลนไปมา หรือเพิ่งตัดสินใจกลับรถกะทันหัน เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุจากรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วจากเลนด้านข้างได้
5.เลนกลางปลอดภัยที่สุดสำหรับมือใหม่ เพราะช่องซ้ายมีที่จอดรถและมีตรอกซอยเข้าออก ผู้ที่เป็นมือใหม่ไม่ควรขับรถเลนที่หนึ่ง เพราะอาจมีรถออกมาจากซอยแบบไม่รู้ตัว และมีโอกาสตกข้างทาง และเลนขวาสุดเป็นเลนรถแซง ที่ต้องใช้ความเร็วสูง สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ชินไม่ควรขับรถเลนขวา เนื่องจากมีอุบัติเหตุสูง
6.เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ในกรณีที่รถเสียควรเข้าข้างทาง และเปิดสัญญาณไฟกระพริบ เพื่อให้รถคันอื่นๆรู้ และชะลอความเร็ว
7.ควรลดกระจกลงเพื่อให้จอดรถได้ง่ายขึ้น และจอดให้ชิดฝั่งคนขับ เพราะจะกะระยะได้ง่ายไม่ชนสิ่งกีดขวาง หรือให้คนอื่นๆช่วยดู
8.ผู้ขับรถไม่ว่าจะใหม่หรือเก่า ควรมีสติ ไม่ประมาท ไม่ควรดื่มสุราขณะขับรถ เหม่อลอย หรือง่วงนอน เพราะจะทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดน้อยลง และเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นแค่ข้อมูลแนะนำเบื้องต้นในการขับขี่บนท้องถนนให้ปลอดภัย ทางผู้ขับขี่เองต้องมีจิตสำนึก เพราะอุบัติเหตุสามารถป้องกันได้ ดังนั้นมนุษย์เท่านั้นที่จะควบคุมอุบัติเหตุบนท้องถนนได้

คำแนะนำเพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิต จากอุบัติเหตุบนท้องถนนให้น้อยลง


อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญ และช่วยกันรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิต จากอุบัติเหตุบนท้องถนนให้น้อยลง ขณะที่ผู้ขับขี่เองยังคงใช้รถบนท้องถนนอย่างประมาท ทั้งไม่สวมหมวกนิรภัย ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถแก้ไขได้ หากผู้ขับขี่ไม่ใส่ใจในการดูแลชีวิตของตนเองให้มากขึ้นปัญหาอุบัติเหตุจราจรทางถนน เป็นปัญหาที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจาก ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นประชากรในกลุ่มวัยทำงาน ทั้งนี้ ประมาณกันว่า ในทุกๆชั่วโมง จะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 2 ราย และอีกหลายรายได้รับบาดเจ็บถึงขั้นทุพพลภาพจากอุบัติเหตุจราจรทางถนน ด้วยความตระหนักถึงตัวเลขความสูญเสียข้างต้นที่เปรียบเสมือนสัญญาณเตือนถึงสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทย

การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์เกิดได้อย่างไร และจะป้องกันได้อย่างไร
ขณะที่เกิดการชนกันของยานพาหนะกับยานพาหนะอื่น หรือต้นไม้ หรือเสาไฟฟ้าข้างทาง รถยนต์ที่วิ่งมาด้วยความเร็ว เมื่อมีการชนเกิดขึ้น ความเร็วจะลดลงทันทีทันใด แต่ผู้โดยสารที่อยู่ในรถนั้น ยังคงมีความเร็วเท่าเดิม จึงเกิดการกระแทกกับตัวรถ กระจก หรือกระเด็นออกมา แล้วทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตได้

เหตุผลที่เราต้องคาด เข็มขัดนิรภัย เพราะเข็มขัดนิรภัย จะทำหน้าที่ยึดตัวผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารให้ติดกับที่นั่ง ทำให้ส่วนของร่างกายไม่ไปกระแทกกับสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ซึ่งสามารถลดการบาดเจ็บที่รุนแรง และเสียชีวิตได้อย่างน้อยร้อยละ 50 รวมทั้งการมีถุงลมนิรภัย (air bag) ก็ช่วยเสริมความปลอดภัยได้มากขึ้นอีก แต่เข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ออกแบบมาพอดีกับผู้ใหญ่ ไม่ใช่เด็ก เพราะเข็มขัดนิรภัยจะต้องพาดจากไหล่ ผ่านทรวงอก มาที่บริเวณกระดูกเชิงกรานของผู้ใหญ่ สำหรับเด็กซึ่งมีขนาดร่างกายที่เล็กกว่า เข็มขัดนิรภัยจึงไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่สามารถยึดเด็กไว้กับที่นั่งได้  นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กต้องเสี่ยงอันตรายเป็นอย่างมากในขณะที่โดยสารในรถยนต์ การป้องกันการบาดเจ็บจากการโดยสารในรถยนต์ของเด็ก จึงต้องใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ นั่นคือ ที่นั่งสำหรับเด็ก หรือที่เรียกกันว่า child car seat ซึ่งมาพร้อมกับระบบเข็มขัดที่ยึดติดกับที่นั่ง อันเป็นนวัตกรรมที่สามารถลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตในเด็กได้อย่างน้อยร้อยละ 50-70 เลยทีเดียว ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย เยอรมัน และประเทศในยุโรปอื่น ๆ จึงได้มีคำแนะนำการใช้ และมีกฎหมายบังคับให้ใช้ car seat สำหรับเด็กมานานนับสิบปีแล้ว

 

รณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนต้องดำเนินการต่อเนื่องและจริงจัง

อุบัติเหตุจราจรทางบกเป็นปัญหาที่สำคัญ

ทำให้ประเทศชาติต้องสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไปเป็นจำนวนมาก และแนวโน้มของปัญหาทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และการแก้ปัญหาไม่สามารถดำเนินการได้เพียงหน่วยงานเดียว จำเป็นต้องร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานและใช้แรงผลักดันจากรัฐบาลในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา เนื่องจากการแก้ไขปัญหาเป็นไปแบบต่างคนต่างทำ ในทิศทางที่ต่างกันตามภารกิจหลักของแต่ละหน่วยงาน ขาดการประสานแผนงานอย่างจริงจัง มีการประชุมและจัดทำแผนซ้ำซ้อนกัน ตลอดจนมีแผนหลายรูปแบบที่ได้รับการนำเสนอไปยังผู้บริหารในระดับต่างๆ ซึ่งทุกแผนล้วนเป็นแผนที่ดีทั้งสิ้น แต่สุดท้ายก็ต้องสิ้นสุดที่ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

สาเหตุสำคัญในลำดับต้นๆของการบาดเจ็บและเสียชีวิตของประชาชน

รวมทั้งทำให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคม รัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการเยียวยาและแก้ปัญหาในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ของทุกปีที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุในลำดับต้นๆ การรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจึงยังคงมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องและจริงจังต่อไปเพื่อลดจำนวนอุบัติเหตุทางถนนและจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตลงให้ได้มากที่สุด โดยมุ่งที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการเสริมสร้างความปลอดภัยในระบบการขนส่งทางถนน ทั้งนี้การดำเนินโครงการรณรงค์ฯ เป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านคมนาคมขนส่งของกระทรวงคมนาคม การพัฒนาส่งเสริมและกำกับดูแลการขนส่งทางถนนให้มีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ด้านการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุ

เป็นงานด้านความปลอดภัยทางถนนในเชิงรับที่สำคัญที่จะช่วยบรรเทาความรุนแรงจากผลพวงของอุบัติเหตุ ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีระบบการให้ความช่วยเหลือแบบเป็นศูนย์รวม ทำให้การดำเนินงานบางครั้งซ้ำซ้อน ในบางกรณีล่าช้า และส่วนใหญ่บุคลากรที่เป็นอาสาสมัครยังขาดทักษะในการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง การให้ความช่วยเหลือรักษาผู้ประสบภัยอย่างถูกต้องในเวลาอันรวดเร็ว จะทำให้ผู้ประสบภัยมีโอกาสรอดชีวิตสูง และลดความเสี่ยงจากการพิการ นอกจากนี้การจัดการจราจรในสถานที่เกิดเหตุจะช่วยให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว และลดความเสี่ยงจากเหตุที่อาจเกิดขึ้นซ้ำซ้อน

การรณรงค์ด้านจิตสำนึก ให้ทราบว่าอุบัติเหตุโดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับรถมอเตอร์ไซด์ ให้ผู้ใช้มอเตอร์ไซด์ระมัดระวังอุบัติเหตุ ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะเพียงการดื่มสุราเท่านั้น แต่มาจากความเร่งรีบในการเดินทางทั้งของตนเองและผู้อื่น รณรงค์ให้ทราบว่าปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลจะส่งผลให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นง่ายกว่าเดิม เป็นต้น สร้างจิตสำนึกให้กับเพื่อน ครอบครัว ญาติพี่น้อง โดยเฉพาะในเรื่องการวางแผนการดื่มฉลอง ทั้งเรื่องสถานที่และการขับรถ หากผู้ขับขี่อยู่ในสภาพที่เมา บ้านอยู่ไกล ก็ควรให้ค้างที่บ้านเพื่อน ,เน้นให้เกิดการใส่ใจความปลอดภัยของคนที่รักมากเป็นพิเศษ เช่น แทนที่จะเร่งว่าเมื่อไหร่จะถึง ให้เปลี่ยนเป็นขับรถช้าๆด้วยความระมัดระวัง

มารยาทในการขับรถยนต์เบื้องต้นที่ผู้ใช้รถใช้ถนนควรทราบ

เนื่องจากการใช้ถนนร่วมกัน นอกจากกฎหมายราชการแล้ว ยังควรมีมารยาทและความเอื้ออาทรต่อกัน เพื่อให้มีทั้งความราบรื่นและความปลอดภัยในการเดินทางผู้ขับรถยนต์ไทยกับมารยาทในการใช้รถใช้ถนนร่วมกันยังมีไม่มากนัก หากไม่หันมาสนใจและรณรงค์ร่วมกัน การรักษามารยาทก็คงจะถดถอยลงเรื่อยๆ การขับรถยังไงเพื่อเป็นมิตรกับเพื่อนๆร่วมท้องถนน การเดินทางด้วยรถยนต์บนถนนสาธารณะนอกจากกฎหมายราชการแล้วยังควรมีมารยาทและความเอื้ออาทรต่อกัน เพื่อให้มีทั้งความราบรื่นและความปลอดภัยในการเดินทางอยู่เสมอ ผู้ขับรถยนต์ไทยกับมารยาทในการใช้รถใช้ถนนร่วมกันยังไม่มีมากนัก หากไม่หันมารณรงค์ร่วมกัน การรักษามารยาทก็คงจะถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง

การขับรถที่ดีไม่ได้หมายความว่าต้องขับรถช้าเป็นเต่าคลานกันเสมอไป

ตรงกันข้ามการขับรถช้าเกินควรในบางครั้งกลับเป็นตัวก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และเพิ่มอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงให้กับชาวบ้านด้วยซ้ำไป เพราะรถที่ขับตามเค้าต้องคอยเบรกและหาจังหวะเปลี่ยนช่องทางเพื่อนแซงรถช้า นอกจากนี้ยังเป็นตัวสร้างอุบัติเหตุให้กับชาวบ้าน เพราะรถที่ขับตามต้องเปลี่ยนเลนไปตัดทางพวกรถที่มาเร็ว อันที่จริงแล้วควรขับตามความเหมาะสมกับสภาพเส้นทางและสภาพการจราจร เขาไปช้าเราก็ต้องคลานตามไป และเมื่อเพื่อนร่วมถนนไปเร็วเราก็ควรเร็วตามเขาด้วยเหมือนกัน การจราจรจะได้ไม่เกิดการติดขัด

หลักสำคัญในการขับขี่รถ

คือ ความราบเรียบและนุ่มนวล ไม่ว่าจะเป็นการพักเลี้ยว การเบรก การถอนเบรก การเร่งและการถอนคันเร่ง การกระทำใด ๆ ก็ตาม หากดำเนินการอย่างกะทันหัน ฉับพลัน ก็จะมีผลต่อการทรงตัวของรถ อย่างเช่น เรากดเบรกหนัก ๆ ก่อนถึงโค้ง น้ำหนักรถก็จะเหมาที่ล้อหน้า พอหักเลี้ยวก็ถอนเท้าออกจากเบรกอย่างเร็ว แล้วรีบมากดคันเร่งพุ่งตัวออกจากโค้ง น้ำหนักก็จะถ่ายกลับไปยังล้อหลังอย่างทันควัน แน่นอนว่าประสิทธิภาพในการยืดเกาะถนนของล้อต้องมีปัญหาแน่ อย่างไรก็ตามในบางจังหวะเราก็อาจต้องทำอะไรที่มันเร็ว ๆ และรุนแรง อย่างการเบรกแบบกะทันหัน หรือหักเลี้ยวหลบอย่างฉับพลัน

กฎจราจร และกติกามารยาทในการขับรถยนต์เบื้องต้น

1. ขับช้าอยู่เลนซ้าย กรณีที่ถนนมีหลายเลน หรือถนนหลักมีหลายช่องจราจร ถ้าเราขับช้าให้ขับอยู่ในเลนซ้าย ส่วนรถที่ขับเร็วกว่าก็จะขับอยู่ในเลนขวา
2.เปิดไฟเลี้ยวทุกครั้งก่อนเปลี่ยนช่องจราจร ถ้าเราจะทำการเปลี่ยนเลนหรือเปลี่ยนช่องจราจร จะต้องเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวด้านที่เราจะไป เพื่อบอกให้รถที่ตามมาด้านหลังรู้ว่ารถเรากำลังเปลี่ยนช่องจราจร
3.อย่าเปิดไฟสูงถ้าไม่จำเป็น กรณีที่เปิดไฟสูงใช้เมื่อต้องการขอทางรถข้างหน้าที่อาจขับช้า กดขอทางทางทีเดียวพอ เนื่องจากไฟสูงจะมีแสงที่จ้ามากและระดับเข้าดวงตาพอดี
4.กรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องจอดข้างทางให้เปิดไฟฉุกเฉินไฟฉุกเฉินหลายคนเข้าใจผิดใช้ขอทางเวลาจะข้ามแยกอันนั้นผิด ไฟฉุกเฉินกดตรงปุ่มที่มีเครื่องหมายสามเหลี่ยมก็ต่อเมื่อเรามีเหตุจำเป็นหรือเหตุฉุกเฉินที่ต้องหยุดรถบนถนน
5.อย่าใช้แตรถ้าไม่จำเป็น แตรเป็นสัญญาณเสียงที่ดังมาก ซึ่งปุ่มกดจะอยู่ตรงกลางพวงมาลัย ใช้เพื่อส่งสัญญาณให้คนอื่นรู้ตัว ซึ่งอาจมองไม่เห็นรถเร
6.อย่าแซงด้านซ้าย กรณีที่คันหน้าขับช้ากว่าเราและเราต้องการจะแซง ให้เปิดไฟเลี้ยวก่อนและขับแซงทางด้านขวาเท่านั้น
7.ให้รถที่อยู่ในวงเวียนไปก่อน กรณีที่กำลังจะขับรถเข้าในวงเวียนที่มีรถอยู่แล้วเราต้องให้รถที่อยู่ในวงเวียนซึ่งจะมาทางด้านขวาผ่านไปก่อน เราจึงสามารถแทรกเข้าวงเวียนได้
8.เจอทางแยกไม่มีไฟแดงให้รถทีอยู่ทางขวาไปก่อน กรณีที่เจอทางแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟแดง เราต้องให้รถที่อยู่ทางขวามือไปก่อน
9.ให้รถที่อยู่ทางหลักไปก่อน กรณีเจอทางแยกที่ไม่มีไฟแดงโดยทางที่เราอยู่เป็นซอยเล็ก รถที่ออกจากซอยต้องให้รถที่อยู่ในทางหลักไปก่อน
10.อย่าขับคร่อมเลน กรณีที่ถนนมีหลายเลนให้เราขับอยู่ในเลนหรือช่องจราจรช่องใดช่องหนึ่ง อย่าขับคร่อมเส้นแบ่งเนเพราะจะเป็นการกีดขวางผู้อื่น