ขับรถปลอดภัยห่างไกลอุบัติเหตุ

บ่อยครั้งที่มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่มักจะได้ยินสาเหตุมาจากความประมาท ความมึนเมา มีรถตัดหน้า คันหน้าจอดกะทันหัน ทั้งหมดคือเหตุเบื้องต้นของการเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นควรจะเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางให้ดีก่อน โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ และหากเหนื่อยล้าหรือง่วงนอน ควรเปลี่ยนมือถ้าไม่มีใครเปลี่ยนควรแวะพักเป็นระยะ ที่สำคัญห้ามดื่มของมึนเมาเด็ดขาด หรือการใช้ยาหรือสารกระตุ้นใดๆ ทั้งนี้นั้นการนอนหลับจะช่วยป้องกันความเหนื่อยล้าและการหลับในที่เกิดกับผู้ขับขี่รถยนต์ นอกจากนี้แล้วก่อนออกรถควรทบทวนความพร้อมของตนเอง เช่น กำลังจะไปที่ไหน เพิ่งผ่านที่ไหนมาและเหลือระยะทางอีกเท่าไร ในการเตรียมรถ อุปกรณ์ประจำรถ จำเป็นต้องมีติดรถไว้ควร ตรวจดูชุดเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆให้ติดรถไว้เสมอ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้สามารถเอาไว้ช่วยเหลือผู้อื่นได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อจะต้องผ่านเส้นทางที่ขาดแคลน

สิ่งสำคัญควรตรวจความพร้อมของระบบไฟและสัญญาณไฟต่างๆ น้ำมันเครื่องและน้ำสำหรับฉีดทำความสะอาดกระจก รวมทั้งเบรก และอื่นๆ รวมทั้งการตรวจสอบประสิทธิภาพการเบรกก่อนจะเคลื่อนรถทุกครั้งดังนั้นทุกครั้งที่ต้องขับรถควรใช้ความเร็วให้สอดคล้องกับระยะไฟส่องสว่างข้างหน้า ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ขับขี่อย่างปลอดภัยนั้น โดย การนั่งที่ถูกต้องควรปรับระดับความสูงของเบาะให้สามารถมองเห็นถนนและด้านหน้าของรถ เหนือระดับพวงมาลัยได้อย่างชัดเจน ในขณะเดียวกัน สายตาของผู้ขับ ต้องสามารถมองเห็นอุปกรณ์สำคัญๆ ได้ด้วย และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการขับขี่รถยนต์ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเข็มขัดนิรภัย เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือมีการเบรกอย่างรุนแรง เข็มขัดจะช่วยยึดลำตัวของผู้ขับให้แน่นขึ้น เพื่อให้แผ่นหลังชิดกับพนักพิงโดยไม่หลุดออกไปหน้ารถ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเข็มขัดนิรภัย นั้นมีส่วนช่วยให้การนั่งขับมีความมั่นคงอีกด้วย

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยทั้งตนเองและคนรอบข้างจำจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆที่กล่าวมาเพื่อที่จะทำให้การเดินทางนั้นเป็นไปด้วยความสุขและปราศจากอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วย

วางแผนเพื่อรับมือ 7 วันอันตรายช่วงเทศกาลสำคัญ

ในแต่ละปีในช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือสงกรานต์ จะมีผู้ที่ได้รับการบาดเจ็บหรือ เสียชีวิต จากอุบัติเหตุการจราจรบนท้องถนน ที่ขาดความระมัดระวังในการขับขี่ยวดยานพาหนะ และการไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยผู้ประสบเหตุส่วนใหญ่จะอยู่ในวัยหนุ่มสาว และกว่าครึ่งของผู้ประสบเหตุ มีสาเหตุมาจากเมาสุราแล้วขับแทบทั้งสิ้น ซึ่งยานพาหนะที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ รถจักรยานยนต์ และประเทศไทยต้องสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจกว่าปีละแสนล้านบาท หากไม่มีการดำเนินการใดๆที่จะหยุดยั้งผู้ที่ดื่มสุราแล้วมาขับรถ จะส่งผลเสียต่อสังคมไทย ในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยส่วนรวม อุบัติเหตุบนทางหลวงนอกเขตเทศบาลมักเป็นอุบัติเหตุที่ร้ายแรง มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ส่วนอุบัติเหตุยานยนต์ ในเขตชุมชน ย่อมเกิดขึ้นบ่อยกว่าในทางหลวงหลายเท่า แต่มักไม่รุนแรง มีผู้บาดเจ็บถึงตายไม่มาก ส่วนมากเกิดจากรถนั่งส่วนบุคคลชนคนข้ามถนน รถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์ชนกันเอง

แผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล 7 วันอันตราย

ซึ่งช่วงเทศกาลวันแรกๆและวันท้ายๆของเทศกาลจะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยส่วนใหญ่มักใช้รถยนต์ส่วนตัว และเลือกเดินทางช่วงกลางคืน ส่วนบางกลุ่มมักดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ จึงเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดังนั้นเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนจึงเน้นการรณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ปฏิบัติตามวินัยจราจร เช่น ไม่ขับรถเร็วเกินกำหนด, ไม่ขับรถตัดหน้าแบบกระชั้นชิด, ไม่ขับฝ่าสัญญาณไฟจราจร โดยได้กำหนดภารกิจต่างๆ ให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการ อาทิ ตรวจสอบ, ซ่อมแซม และทำความสะอาด ป้ายสัญญาณจราจรให้พร้อมใช้งาน เป็นต้น

การป้องกันอุบัติเหตุในชุมชนทุกๆพื้นที่

คือ ชุมชนมีความเป็นเจ้าของโครงการ การมีเจ้าภาพชัดเจน โดยประชาชนมีส่วนร่วม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดอุบัติเหตุ มีความรู้ มีวินัยจราจร การขับขี่ปลอดภัย และความตระหนักใน การป้องกันอุบัติเหตุ และมีการดำเนินการแบบต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความยั่งยืน เช่น การมีแผนแม่บท การมีงบประมาณต่อเนื่อง ตระหนักในการป้องกันอุบัติเหตุ และการยอมรับจากข้อมูลอุบัติเหตุในพื้นที่ เมื่อผู้นำชุมชน มีความเข้มแข็งเกิดการมีส่วนร่วม เกิดกองทุนอุบัติเหตุในชุมชนเช่น หมวกกันน๊อค รถ EMS กฎชุมชน กติกาชุมชน การจัดสรรงบประมาณ การแสวงหา/เกิดเครือข่าย เช่น อปท วัด โรงเรียน และเกิดเครือข่ายลดอุบัติเหตุในชุมชน

ลดค่าใช้จ่ายด้วยการติดแก๊ส NGV และ LPG

สภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในยุคนี้

ทำให้หลายคนมองหาพลังงานทางเลือกที่มีราคาถูกกว่าอย่างเช่น แก๊ส ที่คนจำนวนไม่น้อยคุ้นเคยมันอย่างดี ไม่ว่าจะเป้นแก๊ส LPG ที่บรรดาคนขับรถยนต์แท็กซี่เติมใช้กันมานานนับ 10 ปี หรือจะทางเลือกใหม่กับ CNG ไม่ว่าอะไรก็ช่วยให้คนที่ต้องการความประหยัดและคุ้มค่าในการเดินทางไปยังจุด หมายต่างๆโดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันสามารถบรรลุตามเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ ปัจจุบันประชาชนที่ต้องการติดตั้งแก๊สรถยนต์เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจนอกจากอู่มีการประกันหลังติดตั้ง พร้อมมีใบวิศวกรรมรับรอง อีกทางเลือกคือเลือกหาอู่ที่เป็นสมาชิกในเครือสมาคมติดตั้งแก๊ส เพราะมีช่างติดตั้งผ่านการรับรองจากสมาคม มีประกันภัยของบริษัทเอกชนเข้ามาดูแลกรณีเกิดปัญหาระหว่างอู่กับเจ้าของรถ พร้อมรับคู่มือดูแลรักษารถและตรวจ สภาพทุกระยะ

สิ่งที่ต้องปฏิบัติเมื่อรถยนต์เปลี่ยนมาใช้ระบบแก๊ส

ต้องนำรถมาตรวจสภาพที่กรมการขนส่งภายใน 15 วัน พร้อมแนบใบรับรองจากวิศวกร บัตรประชาชนเจ้าของรถ กรอกแบบฟอร์มเพิ่มเติมรายการทะเบียนรถ ถ้าเจ้าของรถไม่มาแจ้งถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 36 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ส่วนการคุ้มครองรถยนต์จากบริษัทประกันภัยหลังแจ้งกับการขนส่งแล้วส่งหลักฐานยังบริษัทประกันภัยเงื่อนไขการคุ้มครองต่างกัน บางแห่งขอเก็บเบี้ยประกันเพิ่ม บางแห่งขอเพิ่มวงเงินและเบี้ย ประกันบางแห่งไม่ขอเก็บประกันในปีนี้แต่ทบไปเก็บปีถัดไป

NGV เป็นก๊าซธรรมชาติ ที่เกิดจากการทับถมของซากพืชซากสัตว์ เหมือนกับน้ำมันและถ่านหิน เพียงแต่อยู่ในรูปก๊าซ ซึ่งมีส่วนประกอบหลักๆ คือ มีเทน (Methane CH4) ซึ่ง NGV มีคุณสมบัติเบากว่าอากาศ เวลาเกิดการรั่วไหลจึงลอยขึ้นสูง เป็นก๊าชที่มีคุณสมบัติไร้สี ไร้กลิ่น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงมีการเติมกลิ่นฉุนๆเพิ่มเข้าไป เพื่อให้รู้ให้ได้กลิ่นเวลาเกิดการรั่วไหล ส่วน LPG ก็คือก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ได้จากการกลั่นแยกส่วนจากหอกลั่นน้ำมัน เหมือนกับน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน มีส่วนประกอบหลักๆ คือ โพรเพน (Propane C3H8) และบิวเทน (Butane C4H10) ในอัตราส่วน 70 : 30 ซึ่ง LPG มีคุณสมบัติหนักกว่าอากาศหากเกิดการรั่วไหลจะลงต่ำกองรวมกันที่พื้น เป็นก๊าชที่มีคุณสมบัติไร้สี ไร้กลิ่นเช่นเดียวกับ NGV ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงมีการเติมกลิ่นฉุนๆ เพิ่มเข้าไป เพื่อให้รู้ให้ได้กลิ่นเวลาเกิดการรั่วไหล

คำแนะนำสำหรับผู้ขับขี่มือใหม่

จากโครงการรถคันแรกของรัฐบาล ส่งผลให้มีผู้ใช้รถยนต์เพิ่มขึ้นมากกว่าแต่ก่อน จึงทำให้มือใหม่หัดขับเพิ่มมากขึ้นด้วย สำหรับมือใหม่การสอบใบขับขี่มาได้นั้น ไม่เพียงพอที่จะทำให้มีความปลอดภัยในท้องถนน และผู้ใช้รถไม่ได้มีเพียงเราคนเดียว ยังมีคนอื่นๆ รวมถึงผู้เดินเท้าบนท้องถนนด้วย ดังนั้น มือใหม่หัดขับควรมีความเข้าใจในการขับรถเพื่อความปลอดภัยกับตัวเราเองและคนอื่นๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยจะขอแนะนำวิธีการใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัย ดังนี้

1.ศึกษาเส้นทางให้แม่นยำและเผื่อเวลาด้วย สำหรับมือใหม่การเผื่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากมีเหตุการณ์ที่สุดวิสัย ทำให้ต้องรีบเร่ง การเผื่อเวลาจึงช่วยลดอุบัติเหตุได้
2.เมื่อต้องการปลี่ยนเลนหรือช่องจราจรควรเปิดไฟเลี้ยวให้เป็นนิสัย เพราะเป็นการส่งสัญญาณให้รถที่อยู่ข้างหลังทราบ และชะลอให้เราขับผ่านไปได้
3.พยายามใช้กระจกมองข้างบ่อยๆในการเลี้ยวหรือกลับรถ ในบางครั้งเมื่อมองกระจกไม่ชัด ควรลดกระจกลงเพื่อความปลอดภัย
4.อยู่ในเลนขวาสุดก่อนกลับรถ ไม่ควรตัดเลนไปมา หรือเพิ่งตัดสินใจกลับรถกะทันหัน เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุจากรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วจากเลนด้านข้างได้
5.เลนกลางปลอดภัยที่สุดสำหรับมือใหม่ เพราะช่องซ้ายมีที่จอดรถและมีตรอกซอยเข้าออก ผู้ที่เป็นมือใหม่ไม่ควรขับรถเลนที่หนึ่ง เพราะอาจมีรถออกมาจากซอยแบบไม่รู้ตัว และมีโอกาสตกข้างทาง และเลนขวาสุดเป็นเลนรถแซง ที่ต้องใช้ความเร็วสูง สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ชินไม่ควรขับรถเลนขวา เนื่องจากมีอุบัติเหตุสูง
6.เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ในกรณีที่รถเสียควรเข้าข้างทาง และเปิดสัญญาณไฟกระพริบ เพื่อให้รถคันอื่นๆรู้ และชะลอความเร็ว
7.ควรลดกระจกลงเพื่อให้จอดรถได้ง่ายขึ้น และจอดให้ชิดฝั่งคนขับ เพราะจะกะระยะได้ง่ายไม่ชนสิ่งกีดขวาง หรือให้คนอื่นๆช่วยดู
8.ผู้ขับรถไม่ว่าจะใหม่หรือเก่า ควรมีสติ ไม่ประมาท ไม่ควรดื่มสุราขณะขับรถ เหม่อลอย หรือง่วงนอน เพราะจะทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดน้อยลง และเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นแค่ข้อมูลแนะนำเบื้องต้นในการขับขี่บนท้องถนนให้ปลอดภัย ทางผู้ขับขี่เองต้องมีจิตสำนึก เพราะอุบัติเหตุสามารถป้องกันได้ ดังนั้นมนุษย์เท่านั้นที่จะควบคุมอุบัติเหตุบนท้องถนนได้

คำแนะนำเพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิต จากอุบัติเหตุบนท้องถนนให้น้อยลง


อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญ และช่วยกันรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิต จากอุบัติเหตุบนท้องถนนให้น้อยลง ขณะที่ผู้ขับขี่เองยังคงใช้รถบนท้องถนนอย่างประมาท ทั้งไม่สวมหมวกนิรภัย ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถแก้ไขได้ หากผู้ขับขี่ไม่ใส่ใจในการดูแลชีวิตของตนเองให้มากขึ้นปัญหาอุบัติเหตุจราจรทางถนน เป็นปัญหาที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจาก ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นประชากรในกลุ่มวัยทำงาน ทั้งนี้ ประมาณกันว่า ในทุกๆชั่วโมง จะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 2 ราย และอีกหลายรายได้รับบาดเจ็บถึงขั้นทุพพลภาพจากอุบัติเหตุจราจรทางถนน ด้วยความตระหนักถึงตัวเลขความสูญเสียข้างต้นที่เปรียบเสมือนสัญญาณเตือนถึงสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทย

การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์เกิดได้อย่างไร และจะป้องกันได้อย่างไร
ขณะที่เกิดการชนกันของยานพาหนะกับยานพาหนะอื่น หรือต้นไม้ หรือเสาไฟฟ้าข้างทาง รถยนต์ที่วิ่งมาด้วยความเร็ว เมื่อมีการชนเกิดขึ้น ความเร็วจะลดลงทันทีทันใด แต่ผู้โดยสารที่อยู่ในรถนั้น ยังคงมีความเร็วเท่าเดิม จึงเกิดการกระแทกกับตัวรถ กระจก หรือกระเด็นออกมา แล้วทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตได้

เหตุผลที่เราต้องคาด เข็มขัดนิรภัย เพราะเข็มขัดนิรภัย จะทำหน้าที่ยึดตัวผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารให้ติดกับที่นั่ง ทำให้ส่วนของร่างกายไม่ไปกระแทกกับสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ซึ่งสามารถลดการบาดเจ็บที่รุนแรง และเสียชีวิตได้อย่างน้อยร้อยละ 50 รวมทั้งการมีถุงลมนิรภัย (air bag) ก็ช่วยเสริมความปลอดภัยได้มากขึ้นอีก แต่เข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ออกแบบมาพอดีกับผู้ใหญ่ ไม่ใช่เด็ก เพราะเข็มขัดนิรภัยจะต้องพาดจากไหล่ ผ่านทรวงอก มาที่บริเวณกระดูกเชิงกรานของผู้ใหญ่ สำหรับเด็กซึ่งมีขนาดร่างกายที่เล็กกว่า เข็มขัดนิรภัยจึงไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่สามารถยึดเด็กไว้กับที่นั่งได้  นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กต้องเสี่ยงอันตรายเป็นอย่างมากในขณะที่โดยสารในรถยนต์ การป้องกันการบาดเจ็บจากการโดยสารในรถยนต์ของเด็ก จึงต้องใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ นั่นคือ ที่นั่งสำหรับเด็ก หรือที่เรียกกันว่า child car seat ซึ่งมาพร้อมกับระบบเข็มขัดที่ยึดติดกับที่นั่ง อันเป็นนวัตกรรมที่สามารถลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตในเด็กได้อย่างน้อยร้อยละ 50-70 เลยทีเดียว ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย เยอรมัน และประเทศในยุโรปอื่น ๆ จึงได้มีคำแนะนำการใช้ และมีกฎหมายบังคับให้ใช้ car seat สำหรับเด็กมานานนับสิบปีแล้ว